รีวิวหนังฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] The Choral (2025) หนังดราม่าสงครามที่เปล่งเสียงดนตรีแทนกระสุน

  • The Choral เลือกเล่าเรื่องสงครามโลกผ่านดนตรีประสานเสียงแทนฉากสนามรบ ใช้บทภาพยนตร์ต้นฉบับของ Alan Bennett ที่เสียดสีและอบอุ่นไปพร้อมกัน
  • ราล์ฟ ไฟนส์ แสดงได้นิ่งแต่ทรงพลังในบทวาทยากรผู้เป็นทั้งอเทวนิยม เกย์ และเยอรมันโนไฟล์ ท่ามกลางสังคมอังกฤษยุคสงครามที่หวาดระแวงทุกสิ่ง
  • หนังมีตัวละครมากเกินไปจนพลังทางอารมณ์ถูกเจือจาง แต่ประเด็นเรื่องศิลปะในฐานะเครื่องมือต่อต้านสงครามยังคงคมคายและชวนขบคิด

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งในจินตนาการของคนดูหนังมักจะเป็นภาพของสนามเพลาะเปื้อนโคลน ทหารกำลังแบกปืนไรเฟิล และกระสุนที่พุ่งผ่านหมอกควัน แต่ท่ามกลางภาพจำเหล่านั้น The Choral กลับเลือกเล่าเรื่องสงครามจากมุมที่แทบไม่มีใครนึกถึง นั่นคือห้องซ้อมของคณะนักร้องประสานเสียงในเมืองยอร์กเชียร์ ที่เสียงโซปราโนและเทเนอร์กลายเป็นอาวุธต่อต้านความสิ้นหวัง

นี่คือผลงาน หนังฝรั่ง แนวพีเรียดดราม่าจากฝีมือการกำกับของ นิโคลัส ไฮต์เนอร์ (Nicholas Hytner) และบทภาพยนตร์โดย อลัน เบนเน็ตต์ (Alan Bennett) สองคู่หูผู้เคยร่วมกันสร้าง The Madness of King George เมื่อสามทศวรรษก่อน ครั้งนี้เบนเน็ตต์เขียนบทจากจินตนาการล้วน ๆ ไม่ได้ดัดแปลงจากบทละครเวทีเหมือนงานก่อนหน้า หนังฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์โตรอนโตปี 2025 ก่อนเข้าฉายในสหราชอาณาจักรและขึ้นสตรีมมิงบน Netflix ในเวลาต่อมา

ราล์ฟ ไฟนส์ (Ralph Fiennes) รับบทเป็น ดร. เฮนรี กัทธรี (Dr. Henry Guthrie) ชายผู้แบกรับสามสิ่งที่สังคมอังกฤษปี 1916 ต่างรังเกียจในตัวคนเดียว นั่นคือความเป็นอเทวนิยม รักร่วมเพศ และความหลงใหลในวัฒนธรรมเยอรมัน ทั้งที่เยอรมันคือศัตรูที่กำลังสังหารลูกหลานชาวอังกฤษอยู่หน้าสนามรบ กระนั้นคณะนักร้องประสานเสียงกลับเลือกเขาให้มาเป็นวาทยากร เพราะไม่มีใครเหลือแล้ว ทุกคนถูกเกณฑ์ไปรบ

The Choral (2025) #1

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1916 ณ เมืองแรมส์เดน เมืองสมมติในยอร์กเชียร์ที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยโรงงานเหล็กของอัลเดอร์แมน ดักซ์เบอรี (รับบทโดย โรเจอร์ อัลแลม Roger Allam) เมื่อสมาชิกชายของคณะนักร้องประสานเสียงถูกเกณฑ์ไปรบจนเกือบหมด วาทยากรคนเดิมก็ถูกเรียกตัวเช่นกัน ดักซ์เบอรีและมิสเตอร์ ไฟตัน (มาร์ก แอดดี Mark Addy) จึงต้องหาคนมาแทนอย่างเร่งด่วน และในเมื่อตัวเลือกมีจำกัด ดร.เฮนรี กัทธรี ชายผู้เป็นอเทวนิยม เคยใช้ชีวิตในเยอรมนีมาหลายปี และรักร่วมเพศ จึงกลายเป็นตัวเลือกเดียวที่มี หนังถ่ายทอดแรงเสียดทานระหว่างตัวกัทธรีกับชุมชนได้อย่างแยบยล ทั้งการขว้างก้อนอิฐใส่กระจกห้องออดิชันพร้อมข้อความ “Hun muck” และสายตาเคลือบแคลงของชาวเมืองที่มองว่าเขาคือศัตรูแฝงตัว

สิ่งที่ทำให้ The Choral แตกต่างจากหนังสงครามทั่วไปคือการเลือกให้บทเพลง The Dream of Gerontius ของ เอ็ดเวิร์ด เอลการ์ (Edward Elgar) ทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องแทนโครงเรื่องแบบดั้งเดิม เมื่อบทเพลงของบาคถูกปฏิเสธเพราะคนแต่งเป็นชาวเยอรมัน กัทธรีเสนอผลงานของเอลการ์แทน แม้เนื้อหาว่าด้วยไฟชำระตามคติคาทอลิกจะสร้างความอึดอัดให้ชุมชนโปรเตสแตนต์อยู่บ้าง หนังถ่ายทอดจังหวะการซ้อมที่เข้มข้นราวกับการฝึกทหาร แต่ใช้โน้ตดนตรีแทนคำสั่งโจมตี กัทธรีเป็นวาทยากรที่ไม่เคยตะโกน ไม่เคยโบกมือแรง แต่ทุกการปรับแก้ของเขากลับทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถูกสะสมไว้ในอก

หนึ่งในกลยุทธ์ที่หนังเลือกใช้คือการปูพรมตัวละครจากทุกชนชั้นของสังคมยอร์กเชียร์ เบลลา (เอมิลี แฟร์น Emily Fairn) คือสาวโรงงานที่รอข่าวแฟนหนุ่มจากแนวหน้า ไคลด์ (เจค็อบ ดัดแมน Jacob Dudman) กลับมาจากสงครามพร้อมแขนที่หายไปหนึ่งข้างและเสียงร้องเทเนอร์ที่ทรงพลัง แมรี (อมารา โอเคเรเก Amara Okereke) เป็นนักร้องผิวสีเพียงคนเดียวในคณะจาก Salvation Army ส่วนโรเบิร์ต (โรเบิร์ต เอมส์ Robert Emms) นักเปียโนของกัทธรี เลือกขึ้นทะเบียนเป็นผู้คัดค้านการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม แนวคิดในการสร้างภาพแทนสังคมผ่านตัวละครหลากหลายนั้นทะเยอทะยาน แต่ด้วยเวลาหนัง 113 นาที การพยายามเล่าเรื่องของทุกคนทำให้ไม่มีใครได้รับเวลามากพอที่จะสร้างแรงกระแทกทางอารมณ์อย่างแท้จริง จุดนี้เองที่นักวิจารณ์หลายสำนักระบุว่าเป็นเหตุผลให้หนังได้คะแนน Rotten Tomatoes เพียง 66%

The Choral (2025) #2

การแสดงของ ราล์ฟ ไฟนส์ ในบทกัทธรีแตกต่างจากบทเข้มข้นที่เขาเคยฝากไว้ใน 28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน อย่างสิ้นเชิง ที่นี่เขาใช้เพียงแววตาและจังหวะเว้นวรรคระหว่างบทสนทนาในการสื่อสารความเจ็บปวด สิ่งที่ตราตรึงคือซีนที่กัทธรีได้รับข่าวว่าเรือรบ Pommern ของเยอรมันถูกจมลงพร้อมกับคนรักของเขาที่เป็นทหารเรือ แทนที่จะแสดงออกด้วยน้ำตาหรือเสียงกรีดร้อง ไฟนส์เลือกที่จะนั่งนิ่งและปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่แทนคำพูด นี่คือการแสดงที่สุขุมและวัดระดับได้แม่นยำ เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ หนัง เรื่องนี้ยังดูมีค่าพอจะแนะนำต่อ

“ทำไมมนุษย์ถึงใช้เวลาส่วนใหญ่สร้างเครื่องจักรสงครามเพื่อทำลายล้าง แทนที่จะสร้างชุมชนและความเข้าใจร่วมกันผ่านเสียงดนตรี”

ประโยคของกัทธรีประโยคนี้คือแก่นกลางที่หนังพยายามสื่อ และเป็นช่วงเวลาที่บทของเบนเน็ตต์เปล่งประกายที่สุด

ทีมงานเลือกถ่ายทำในหมู่บ้านซอลแตร์ (Saltaire) ยอร์กเชียร์ ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก โดยใช้ทั้ง Salts Mill, Victoria Hall และริมคลองลีดส์แอนด์ลิเวอร์พูลเป็นโลเคชัน ฉากรถไฟถ่ายทำที่ Keighley & Worth Valley Railway ด้วยหัวรถจักรไอน้ำของจริงจากยุควิกตอเรีย งานสร้างทั้งหมดสะท้อนความใส่ใจในรายละเอียดยุค 1916 ได้อย่างแนบเนียน โดยไม่จำเป็นต้องอลังการด้วยวิชวลเอฟเฟกต์ ดนตรีประกอบโดย จอร์จ เฟนตัน (George Fenton) ช่วยเสริมอารมณ์ในฉากซ้อมและฉากการแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้ผู้ชมที่ไม่ได้คุ้นเคยกับดนตรีคลาสสิกก็ยังเข้าถึงพลังของเสียงประสานได้

The Choral (2025) #3

The Choral ไม่ใช่ ดูอะไรดี สำหรับคนที่กำลังมองหาความบันเทิงแบบเร่งเร้าหรือหนังสงครามที่มีฉากบู๊เต็มจอ หนังเรื่องนี้เดินด้วยจังหวะเอื่อย ๆ อาศัยบทสนทนาและซับเท็กซ์เป็นตัวเล่าเรื่อง มากกว่าการกระทำ แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ดราม่า (Drama) สัญชาติอังกฤษสไตล์พีเรียดที่พูดถึงประเด็นหนัก ๆ อย่างสงคราม ศาสนา เพศสภาพ และชนชั้นผ่านเลนส์ของศิลปะ หนังเรื่องนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งฟังบทเพลงประสานเสียงยาว ๆ ที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปในใจ แม้จะไม่ถึงขั้นสะเทือนอารมณ์รุนแรง แต่ก็เติมเต็มสติปัญญาได้อย่างน่าพอใจ

  • ชื่อเรื่องในภาษาอังกฤษ: The Choral
  • ประเภท: ดราม่า, ย้อนยุค, ดนตรี, สงคราม, LGBTQ+
  • วันที่ออกฉาย: 5 กันยายน 2025 (TIFF), 7 พฤศจิกายน 2025 (สหราชอาณาจักร)
  • นักแสดงนำ: ราล์ฟ ไฟนส์ (Ralph Fiennes), โรเจอร์ อัลแลม (Roger Allam), มาร์ก แอดดี (Mark Addy), อลัน อาร์มสตรอง (Alun Armstrong), โรเบิร์ต เอมส์ (Robert Emms), ไซมอน รัสเซลล์ บีล (Simon Russell Beale), ลินด์ซีย์ มาร์แชล (Lyndsey Marshal), เอมิลี แฟร์น (Emily Fairn), เจค็อบ ดัดแมน (Jacob Dudman), อมารา โอเคเรเก (Amara Okereke)
  • ผู้กำกับ: นิโคลัส ไฮต์เนอร์ (Nicholas Hytner)
  • ผู้เขียนบท: อลัน เบนเน็ตต์ (Alan Bennett)
  • ความยาว: 113 นาที
  • เรตติ้ง IMDb: 6.6/10
  • Rotten Tomatoes: 66%
  • Metacritic: 60/100
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

หนังสงครามที่ไม่หลั่งเลือดสักหยด แต่ฟังเสียงประสานแล้วขนลุก

โครงเรื่อง - 7.5
การแสดง - 8.4
โปรดักชัน - 8
ความบันเทิง - 7.2
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.6

7.7

The Choral เป็นหนังดราม่าอังกฤษยุคสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่เดินเรื่องด้วยพลังของดนตรีประสานเสียงมากกว่าฉากต่อสู้ ราล์ฟ ไฟนส์ รับบทเป็นวาทยากรผู้ถูกสังคมตั้งแง่เพราะความเป็นอเทวนิยมและรักร่วมเพศ แต่ยังได้รับเลือกให้นำคณะนักร้องประสานเสียงที่กำลังขาดแคลนสมาชิกชายเพราะสงคราม ตัวหนังเลือกใช้ *The Dream of Gerontius* ของเอลการ์เป็นแกนกลางทางอารมณ์ ถ่ายทอดความพยายามของชุมชนเล็ก ๆ ที่จะสร้างบางสิ่งที่งดงามท่ามกลางโลกที่กำลังถล่มทลาย แม้จำนวนตัวละครที่มากเกินไปจะทำให้อารมณ์กระจัดกระจาย แต่บทสนทนาที่คมคายและการแสดงของไฟนส์ยังคงทำให้หนังเรื่องนี้มีค่าควรแก่การรับชม

User Rating: Be the first one !
Released
2025-11-07
Runtime
113 min
Status
Released
Movie ตลก หนังชีวิต ดนตรี Released
IMDb Rating 6.5 /10
Metascore 59 /100
Tomatometer 66 %

ขณะที่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด คณะนักร้องประสานเสียงในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของอังกฤษได้สูญเสียสมาชิกชายเกือบทั้งหมดไปให้กับกองทัพ แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นต่อไป โดยรับสมัครสมาชิกใหม่และจ้าง ดร. เฮนรี กัทรี ผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ซึ่งเพิ่งกลับมาจากเยอรมนี มาเป็นผู้อำนวยการคณะนักร้องประสานเสียงคนใหม่ เมื่อจดหมายเรียกตัวเข้ารับราชการทหารมาถึง ชุมชนก็พบว่าการร่วมกันสร้างสรรค์ดนตรีคือทางออกที่ดีที่สุดของพวกเขาต่อสงคราม

Stream on


นักแสดงนำ

ราล์ฟ ไฟนส์ ราล์ฟ ไฟนส์ Dr. Henry Guthrie
Roger Allam Roger Allam Alderman Bernard Duxbury
Mark Addy Mark Addy Joe Fytton
Alun Armstrong Alun Armstrong Herbert Trickett
Simon Russell Beale Simon Russell Beale Sir Edward Elgar
Robert Emms Robert Emms Robert Horner
Lyndsey Marshal Lyndsey Marshal Mrs. Bishop
Ron Cook Ron Cook Reverend Woodhead

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button