How To

Work From Home อย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

หลายองค์กรปรับเปลี่ยนการทำงานมาเป็นแบบ Work From Home หรือการทำงานที่บ้าน มาดูกันว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้าง ที่จะช่วยให้การทำงานที่บ้านนั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Work From Home คือ

Work From Home คือ

Work From Home หากแปลตรงตัวนั่นก็คือการทำงานจากบ้าน โดยที่ไม่ต้องเดินทางเข้าออฟฟิศ ซึ่งอันที่จริงแล้ว การ Work From Home ไม่จำเป็นจะต้องทำงานจากที่บ้านเท่านั้น แต่ยังสามารถรวมไปถึงการทำงานจากที่คุณอยู่ที่ใดก็ได้ในรูปแบบของ Remote Working หรือการทำงานทางไกลที่มีความยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับการทำงานในออฟฟิศ

Work From Home กับ Work at Home

Work From Home กับ Work at Home

มีหลายคนที่อาจจะสับสนระหว่างคำว่า Work From Home กับ Work at Home ไม่ทราบว่ามีความหมายต่างกันอย่างไร ซึ่งแม้สองคำนี้จะคล้ายกันมาก แต่ก็ไม่เหมือนกัน

  • Work From Home คือ ทำงานจากบ้าน หมายถึง คุณยังเป็นลูกจ้างของบริษัทอยู่ ยังต้องปฏิบัติตามคำสั่งและระเบียบของบริษัทในฐานะลูกจ้าง แต่คุณไม่ต้องเข้าออฟฟิศ เพราะหัวหน้าอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้านได้
  • Work at Home คือ ทำงานที่บ้าน หมายถึง คุณมีอาชีพอิสระ ทำงานส่วนตัว ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง การทำงานที่บ้านในกรณีนี้ก็คือ Work at Home

โดยทั่วไปแล้ว Work From Home มักจะกินระยะเวลาสั้น ๆ เช่น กรณีปรับปรุงสำนักงานใหม่ ไม่สามารถที่จะทำงานในบริษัทได้ จึงต้องทำงานจากที่บ้าน แต่หากเป็นกรณีที่บริษัทมีนโยบายประหยัดต้นทุนโดยอนุญาตให้ทำงานที่บ้านในระยะยาวแล้วละก็ กรณีเช่นนี้จะใช้ Work at Home ก็ได้เช่นกัน

อนาคตของการทำงานจากที่บ้าน

จากผลสำรวจปลายปี 2019 ที่ผ่านมาของ Microsoft ประเทศไทย ในหัวข้อ เทรนด์คนออฟฟิศในยุคปัจจุบันพบว่าไลฟสไตล์การทำงานของคนไทยในปี 2020 เป็นแบบ ‘นินจา’ ชี้ให้เห็นว่าคนปัจจุบันมีความสามารถในการทำงานให้เสร็จได้ด้วยตนเอง และยังสามารถให้เพื่อนร่วมงานมาช่วยกันทำผลงานให้เสร็จสมบูรณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านระบบการทำงานแบบดิจิทัล

ในขณะเดียวกัน ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจพื้นที่ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการทำงานมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องการการเข้าถึงไฟล์งานส่วนตัวอันไม่พึงประสงค์จากบุคคลอื่น ซึ่งสอดคล้องไปกับเทรนด์การทำงานแบบ Work From Home ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าขณะนี้ผู้คนจะแยกกันทำงานจากคนละที่ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมายังคงมีประสิทธิภาพ และมีแนวโน้มว่าจะดียิ่งกว่าการนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศทั้งวัน

มีข้อมูลจากงานวิจัยของการ์ทเนอร์บอกไว้ว่า

  • ภายในปี 2573 ความต้องการทำงานจากที่บ้านจะเพิ่มขึ้น 30% เนื่องจากกลุ่มคน Generation Z กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเต็มตัว
  • 64% ของคนทำงานในปัจจุบันกล่าวว่า พวกเขาสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดย 71% ขององค์กรทั่วโลกมีนโยบายการทำงานจากที่บ้านเป็นเรื่องปกติ

Work From Home อย่างไรให้ได้งาน

Work From Home อย่างไรให้ได้งาน

กำหนดโซนทำงานที่แน่นอน

คงไม่ดีแน่ถ้าต้องนั่งตอบอีเมล ไลน์กลุ่มที่ทำงานที่โซฟาหน้าทีวี หรือนั่งปั่นงาน ตรวจไฟล์ตัวเลขที่โต๊ะกินข้าว การมีโซนนั่งทำงานที่แยกจากส่วนอื่น ๆ ของบ้านจะช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับงานได้ดีกว่า ถ้าบ้านไม่มีห้องทำงานโดยเฉพาะ ให้ลองสำรวจหาพื้นที่หรือมุมใดมุมหนึ่งของห้องและใช้สิ่งของมากั้นให้แยกออกมาเป็นสัดเป็นส่วน พร้อมกับบอกกับสมาชิกในบ้านไม่ให้เข้ามารบกวนโซนพื้นที่ทำงานนี้

วางทุกอย่างเมื่องานเสร็จ

ข้อเสียของการ Work From Home คือพื้นที่ทำงานกับพื้นที่ส่วนตัวจะปะปนอยู่รวมกัน ซึ่งทำให้บางคนเกิดความเครียดจากที่ไม่สามารถปล่อยวางเรื่องงานได้ สิ่งที่ควรทำคือ หลังจากชั่วโมงงานแล้ว ให้เก็บคอมเครื่องมือการทำงาน รวมทั้งสิ่งที่ทำให้นึกถึงงานให้พ้นจากสายตาทั้งหมด แล้วไปทำกิจกรรมอย่างอื่น ออกกำลังกาย รดน้ำต้นไม้ เล่นกับหมา ดูหนัง ทำกับข้าว ฯลฯ เพื่อลดความเครียดและฟื้นฟูพลังงานในร่างกายเตรียมพร้อมกับการทำงานในวันต่อไป

เตรียมพร้อมสื่อสารกับทีม

การทำงานที่บ้านคนเดียวอาจทำให้เรารู้สึกถูกตัดขาด เกิดความเหงาและเครียดได้ การใช้โปรแกรม Teleconference ไลน์แชทกลุ่ม จะช่วยให้เราไม่รู้สึกอยู่คนเดียวแต่ยังมีเพื่อนร่วมงานคอยสนับสนุนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องงาน การมีบัดดี้ไว้คอยแชทส่งข้อความปรึกษางานก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

ปฏิบัติตามแผนงานอย่างเคร่งครัด

การ Work From Home ต้องใช้วินัยเป็นอย่างมาก โดยต้องเข้าประจำการหน้าคอมพิวเตอร์ที่บ้านให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน วางแผนการทำงานที่ชัดเจน รวมถึงช่วงพักเบรกให้ผ่อนคลาย จากนั้นก็ตั้งสมาธิปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้อย่างเคร่งครัดไม่วอกแวกคิดถึงเรื่องอื่น ๆ ในบ้าน ทางที่ดีให้รักษาตารางเวลาเหมือนกับอยู่ที่ออฟฟิศ

ตัดสิ่งรบกวนรอบตัว

แม้รอบตัวจะมีเสียงรบกวนต่าง ๆ อย่างเสียงเพื่อนบ้าน รถวิ่ง ทีวีที่พ่อแม่ดูอยู่ การใส่หูฟังเพลงเบา ๆ ก็ช่วยให้เราสามารถเพ่งสมาธิกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้น นอกจากนี้การทำความเข้าใจกับคนรอบข้าง อย่างเพื่อน คนในครอบครัวว่าแม้ตัวเราจะนั่งทำงานที่บ้าน แต่ก็ต้องการสมาธิให้ผลงานออกมาดี ดังนั้นจึงไม่ควรเข้ามาในโซนทำงานหรือโทรเข้ามาคุยระหว่างชั่วโมงทำงาน บอกคนในบ้านให้ทราบถึงเวลาทำงาน/เลิกทำงานที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น จะได้ไม่มีเกิดปัญหาในครอบครัว

คุยกับคนที่บ้านให้เข้าใจว่าเราต้องทำงาน

เชื่อว่าหลายคนที่ต้องหันมาทำงานที่บ้านช่วงนี้ อาจอาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีลูกหลานหรือญาติผู้ใหญ่ด้วย เราจำเป็นต้องตกลงกับคนที่บ้านว่า เราพร้อมจะทำอะไรให้กับคนที่บ้านในช่วงไหนของวัน โดยให้ยึดตารางการทำงานเหมือนกับเวลาที่เราทำงานในสำนักงาน เพื่อลดการรบกวนซึ่งบั่นทอนประสิทธิภาพของเรา ทั้งนี้ หากคนที่บ้านเข้าใจความสำคัญและสภาวะที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ ก็อาจกลายเป็นผู้สนับสนุนที่ทำให้การ Work From Home ของเรามีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้นทีเดียว

แม้การทำงานที่บ้าน (Work From Home) จะเป็นเรื่องใหม่สำหรับแวดวงมนุษย์เงินเดือนบ้านเรา แต่ด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทั้งองค์กรและพนักงานก็ต้องพร้อมปรับตัวรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าและคงความรับผิดชอบในการทำงานให้ได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่

Tags

NaniTalk

Nanitalk.com เว็บไซต์ที่รวม ข่าวทันทุกเหตุการณ์ ข่าวไอที เรื่องน่าสนใจ ข่าวบันเทิง ข่าวต่างประเทศ BNK48 ข่าวโซเชียล ท่องเที่ยว สุขภาพ อาหาร วันสำคัญ ดวง เกม อีกมากมาย

ใส่ความเห็น

Back to top button
Close