![[รีวิว-เรื่องย่อ] ทางไปสวรรค์จากเบลฟาสต์ | How to Get to Heaven from Belfast (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-How-to-Get-to-Heaven-from-Belfast-2026.webp)
- How to Get to Heaven from Belfast เป็นซีรีส์ตลกร้ายผสมระทึกขวัญจาก Netflix ฝีมือ ลิซา แม็คกี ผู้สร้าง Derry Girls ที่พิสูจน์ว่าเธอไม่ใช่ม้าเพลงเดียว
- การแสดงของสามนำหญิง โรชิน กัลลาเกอร์, ชิเนด คีแนน และ เคลฟินน์ ดันน์ เป็นหัวใจหลักที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ดูแล้วหยุดไม่ได้
- โครงเรื่องพลิกผันตลอดทั้ง 8 ตอน ทายยากว่าจะไปทางไหน ผสมมุกตลกไอริชเข้ากับปริศนาฆาตกรรมได้อย่างลงตัว
- แม้พาร์ทของตัวละคร เกรต้า จะทำให้จังหวะหลุดไปบ้าง แต่โดยรวมถือเป็นซีรีส์ Netflix ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของต้นปี 2026
เคยไหมที่ดูซีรีส์ไปแล้วกลัวว่าจะพังกลางทาง? ตั้งแต่ตอนแรกมันดึงเราเข้าไปในเรื่องแล้ว แต่ใจลึก ๆ ก็ยังระแวงอยู่ว่า “เดี๋ยวพังแน่” ปรากฏว่า How to Get to Heaven from Belfast (2026) ไม่พังเลยสักตอน ลิซา แม็คกี (Lisa McGee) ผู้สร้าง Derry Girls ทำสิ่งที่คนเขียนบทหลายคนทำไม่ได้ นั่นคือการรักษาระดับความสนุก ความพลิกผัน และความบันเทิงให้สม่ำเสมอตลอดทั้ง 8 ตอนของซีรีส์ ตลกร้ายผสมระทึกขวัญ ที่กำลังฮอตบน Netflix อยู่ตอนนี้ บทความนี้จะพาเจาะลึกทุกมุมของซีรีส์เรื่องนี้ ตั้งแต่โครงเรื่อง การแสดง ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมมันถึงเป็นซีรีส์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของต้นปี 2026
How to Get to Heaven from Belfast เล่าเรื่องของเพื่อนสนิทสามคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ตอนนี้ทั้งสามอยู่ในวัยปลาย 30 แต่ยังซี้กันเหมือนเดิม ซอร์ชา (Saoirse) แสดงโดย โรชิน กัลลาเกอร์ (Roisín Gallagher) เป็นนักเขียนบทซีรีส์ทีวีชื่อดัง ร็อบิน (Robyn) แสดงโดย ชิเนด คีแนน (Sinéad Keenan) เป็นแม่ลูกสามจอมเครียด และ ดาร่า (Dara) แสดงโดย เคลฟินน์ ดันน์ (Caoilfhionn Dunne) เป็นผู้ดูแลผู้ป่วยที่เก็บตัวเงียบ ๆ ชีวิตของทั้งสามพลิกผันเมื่อได้รับข่าวว่า เกรต้า (Greta) เพื่อนคนที่สี่ที่หายไปจากกลุ่มนานแล้ว เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ
ทั้งสามเดินทางไปร่วมงานศพที่เมืองเล็ก ๆ ในดอนีกอล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นทำให้พวกเธอต้องเปิดฝาความลับจากอดีตที่ฝังไว้ลึก การตามหาความจริงพาทั้งสามข้ามไอร์แลนด์ไปจนถึงต่างประเทศ ท่ามกลางเหตุการณ์สุดวุ่นวาย อันตราย และตลกร้ายจนหัวร่อไม่หยุด นี่ไม่ใช่แค่ซีรีส์สืบสวนธรรมดา แต่เป็นการผจญภัยที่ทดสอบทั้งมิตรภาพ ความซื่อสัตย์ และ ความลับที่ทุกคนพยายามปิดบัง

โลกที่ ลิซา แม็คกี สร้างขึ้นในซีรีส์เรื่องนี้มีชีวิตชีวาและตลกมาก แต่เธอไม่เคยเหยียดหยามตัวละครของตัวเองเพื่อแลกกับมุกขำ ๆ หรือความฉาบฉวย ตัวละครอาจถูกโยนเข้าไปในสถานการณ์สุดเพี้ยนและทำเรื่องสุดบ้า แต่ไม่มีใครถูกลดทอนเป็นแค่ตัวการ์ตูน แม็คกีรักตัวละครทุกตัว เธอค่อย ๆ เผยตัวตนของพวกเขาด้วยความใส่ใจและความรัก
สิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้แตกต่างจาก ซีรีส์สืบสวน ทั่วไปบน Netflix คือแม็คกีเอาสูตรสำเร็จของ crime thriller มาตรฐานมาแหกกรอบ ฉีดอารมณ์ขันแบบ ตลกร้ายไอริช เข้าไปเต็ม ๆ พร้อมกับปริศนาที่ลุ้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่มุกเป็น ๆ ที่โยนมาลอย ๆ แต่เป็นมุกที่ฝังอยู่ในตัวตนของตัวละครและสถานการณ์อย่างแนบเนียน
บุ๊คเกอร์ (Booker) แสดงโดย บรอนา กัลลาเกอร์ (Bronagh Gallagher) ตอนแรกดูเหมือนมือปืนหญิงสายโหด ประเภทจัดการทุกอย่างไม่กระพริบตา แต่ยิ่งดูไปกลับพบว่าเธอเป็นคนมีหลักศีลธรรมที่เข้มงวด ทำงานให้กับหน่วยงานลับ ความเป็นมนุษย์ของเธอทำให้ตกใจทุกครั้ง ฟีนีย์ (Feeney) แสดงโดย ซอร์ชา-มอนิกา แจ็คสัน (Saoirse-Monica Jackson) จาก Derry Girls ตอนแรกดูเหมือนนักฆ่าจอมวุ่น แต่แท้จริงแล้วเธอหวานและมีสีสันเหมือนลูกอม มีประกายความบ้าแบบ ฮาร์ลีย์ ควินน์ และทุกครั้งที่เธอเรียกใครว่า “Babes” ก็อดยิ้มไม่ได้
ร็อบิน คือแม่บ้านที่กล้าพูดว่าลูกวัยขวบครึ่งกำลัง gaslighting เธออยู่ เธอเป็นเพื่อนกับ ดาร่า ที่เป็นเลสเบี้ยน และ ซอร์ชา นักเขียนบททีวี ไดนามิกของทั้งสามเป็นเสน่ห์เงียบ ๆ ของซีรีส์ พวกเธอรักกัน แซวกัน ทะเลาะกัน แต่โกรธกันไม่เคยนาน รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างดาร่ากับร็อบินไม่เคยดูซีรีส์ฮิตของซอร์ชาที่ชื่อ Murder Code ก็ขำดี เพราะมันคือซีรีส์ ปริศนาฆาตกรรม ที่นักแสดงนำเรียกร้องให้เน้นเรื่อง “ประสบการณ์ของผู้หญิง” มากกว่าเรื่องฆาตกรรม ทำเอาซอร์ชาปวดหัวไม่หาย

ซอร์ชาเป็นนักเขียน เธอจึงขุดเอาชีวิตจริงของตัวเองไปใส่ในบทตลอด จนถูกหาว่าหมกมุ่นกับตัวเอง ยากที่จะไม่เห็นเงาของ ลิซา แม็คกี ในตัวละครนี้ สิ่งที่แม็คกีทำได้ดีมากในซีรีส์นี้คือการเจาะลึกความแตกต่างระหว่างเรื่องเล่าจากมุมมองผู้ชายกับเรื่องเล่าจาก มุมมองผู้หญิง อย่างแยบยล
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือความสัมพันธ์ระหว่างซอร์ชากับ ไลแอม (Liam) แสดงโดย ดาร์ราห์ แฮนด์ (Darragh Hand) เธอหมั้นแล้ว เขาอายุน้อยกว่า นักเขียนธรรมดาอาจจะใช้ความสัมพันธ์นี้เพื่อหวือหวาและเร้าอารมณ์ แต่แม็คกีกลับสร้าง ความตึงเครียดทางอารมณ์ ที่มาจากการนอกใจในระดับจิตใจ เธอยื้อเรื่องทางกายออกไปนาน ๆ และเมื่อมันมาถึง ผลลัพธ์ก็ไม่ได้น่าพึงพอใจอย่างที่คิด แม็คกีจับอารมณ์ของ ความโหยหา ได้แม่นยำในระดับที่หาได้ยากจากนักเขียนคนอื่น
“ไม่คาดคิด” อาจเป็นคำที่เหมาะที่สุดในการอธิบายซีรีส์เรื่องนี้ ทุกครั้งที่คิดว่ารู้แล้วว่าเรื่องจะไปทางไหน แม็คกีก็ดึงพรมใต้เท้าออกไปด้วยความสนุกสนาน เปรียบเทียบกับ Down Cemetery Road ของมอร์เวนนา แบงก์ส บน Apple TV+ ซีรีส์นั้นก็มีกลิ่นอายผู้หญิงเหมือนกันและพยายามจะคาดเดาไม่ได้ แต่ความไม่คาดเดาของมันกลับนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ How to Get to Heaven from Belfast ต่างออกไป มันเล่นกับความคาดหวังแล้วพลิกกลับอย่างมีสไตล์
ภาพของซีรีส์ถูกบิดเบี้ยว เอียง เต็มไปด้วยสีสันที่ดูมีชีวิตชีวา และแม็คกีมีทวิสต์เพียงพอที่จะรักษาความตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง ไม่ใช่แค่ ทวิสต์ของพล็อต แต่ยังรวมถึงทวิสต์ของตัวละครด้วย ตัวประกอบเล็ก ๆ อย่างเจ้าของร้านค้าแปลก ๆ อาจจะเผยความอบอุ่นและความเข้าใจออกมาจนกลายเป็นมนุษย์ที่ทำให้ตกใจ แล้วก็มี setup กับ payoff อย่าง กล้วยเป่าลม การ์ดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และวัว ที่แม็คกีซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้โทนตลก ตอนแรกดูเหมือนเรื่องขำ ๆ แต่กลับมาในจังหวะที่พอดีเป๊ะ
ถ้าจะหาจุดอ่อน ซีรีส์อาจสูญเสียโมเมนตัมไปบ้างในช่วงที่เน้นไปที่ เกรต้า (Greta) แสดงโดย นาตาชา โอคีฟฟ์ (Natasha O’Keeffe) ซึ่งเป็นเหยื่อของเรื่อง ฉากของเธอขาดความสดใสที่ตัวละครอื่น ๆ มี ความมืดหม่นของชีวิตส่วนตัวเกรต้ากระทบกับ สมดุลของโทนซีรีส์ และแม้การแสดงที่เก็บอารมณ์ของโอคีฟฟ์จะสมเหตุสมผลในเชิงเนื้อเรื่อง แต่มันไม่ได้ดึงดูดเท่าส่วนอื่น ๆ เสมอไป อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่ตำหนิเล็ก ๆ มากกว่าปัญหาใหญ่
โรชิน กัลลาเกอร์ ในบทซอร์ชาแสดงได้ดีมากในฐานะนักเขียนที่มั่นใจแต่เปราะบาง ชิเนด คีแนน ในบทร็อบินคือ MVP ตัวจริง ด้วยหน้าตายสุดเจ็บแสบและการพูดไดอะล็อกที่คมกริบ ส่วน เคลฟินน์ ดันน์ ในบทดาร่าให้ความรู้สึกเป็นฐานที่มั่นคงของกลุ่ม
ซอร์ชา-มอนิกา แจ็คสัน ขโมยซีนทุกครั้งที่ปรากฏตัว บทของเธอต่างจาก Erin Quinn ใน Derry Girls แบบสิ้นเชิง ฝ่าย costume กับ makeup น่าจะสนุกมากกับการออกแบบลุคให้ตัวละครนี้ นอกจากนี้ยังมีนักแสดงรับเชิญอย่าง มิเชลล์ แฟร์ลีย์ (Catelyn Stark จาก Game of Thrones), อาร์ดัล โอแฮนลอน (จาก Father Ted) และ เอมเม็ตต์ เจ. สแกนแลน ที่เติมเต็มซีรีส์ได้อย่างลงตัว
ผู้กำกับ ไมเคิล เลนน็อกซ์ (Michael Lennox) ซึ่งเป็นผู้กำกับ Derry Girls คนเดิม กลับมาร่วมงานกับแม็คกีอีกครั้ง สร้างวิชวลที่ทั้งสวยงามและบ้าคลั่งไปพร้อม ๆ กัน ฉากทิวทัศน์ของไอร์แลนด์เหนือและดอนีกอลสวยงามจนอยากจองตั๋วไปเดี๋ยวนี้ แต่ขณะเดียวกันก็มีความมืดและอันตรายซ่อนอยู่ใต้พื้นผิว การถ่ายภาพแบบเอียงมุม บิดเบี้ยว เต็มไปด้วยสีสัน ทำให้ทุกเฟรมดูมีชีวิตและคาดเดาไม่ได้เหมือนตัวเรื่อง ซีรีส์ Netflix Original ไม่ค่อยมีเรื่องไหนที่สร้างบรรยากาศได้สดใหม่ขนาดนี้
สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือความสามารถพิเศษของ ลิซา แม็คกี นี่ไม่ใช่แค่ซีรีส์ระทึกขวัญที่ทำออกมาดูดีบนแพลตฟอร์ม แต่เป็น ซีรีส์อาชญากรรมตลกร้าย ที่มีเสียงของผู้สร้างชัดเจน ทุกสิ่งที่ปรากฏในตอนแรก ไม่ว่าจะเป็นวัตถุเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือบทสนทนาที่ดูไม่สำคัญ ล้วนถูกนำกลับมาใช้ในช่วงท้ายอย่างแยบยล เหมือนปืนของเชคอฟที่ว่า ถ้าปรากฏในฉากแรก มันต้องถูกใช้ในฉากสุดท้าย
ด้วยคะแนน Rotten Tomatoes ที่ 93% และกระแสตอบรับจากคนดูที่ถล่มทลาย ไม่แปลกที่หลายเสียงบอกว่านี่คือ ซีรีส์ที่ดีที่สุดบน Netflix ในต้นปี 2026 ถ้า Netflix มีวิจารณญาณ ต้องต่อซีซั่น 2 ให้ลิซา แม็คกีโดยเร็ว พร้อมให้อิสระทางความคิดสร้างสรรค์เต็มที่ เพราะเธอสมควรได้รับมัน How to Get to Heaven from Belfast ดูแล้วเสพติด มันเสพติดมากจริง ๆ
สำหรับใครที่กำลังมองหา ซีรีส์ Netflix ที่ตลก ลุ้น สนุก และมีหัวใจ ซีรีส์เรื่องนี้คือคำตอบ ไม่ต้องคิดเยอะ กดดูเลย แล้วจะรู้ว่าทำไมมันถึงเป็นที่พูดถึงทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต มาแชร์กันในคอมเมนต์ว่าตอนไหนทำให้จอร์ดรอปมากที่สุด และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้คนที่ชอบซีรีส์แนว ตลกร้ายผสมสืบสวน ที่มีตัวละครหญิงแกร่ง ๆ เป็นแกนหลัก!
- ชื่อเรื่องในภาษาไทย: ทางไปสวรรค์จากเบลฟาสต์
- ประเภท: คอมเมดี้, ระทึกขวัญ, ลึกลับ
- วันที่ออกฉาย: 12 กุมภาพันธ์ 2569
- นักแสดงนำ: โรชิน กัลลาเกอร์ (Roisín Gallagher), ชิเนด คีแนน (Sinéad Keenan), เคลฟินน์ ดันน์ (Caoilfhionn Dunne), บรอนา กัลลาเกอร์ (Bronagh Gallagher), ซอร์ชา-มอนิกา แจ็คสัน (Saoirse-Monica Jackson), นาตาชา โอคีฟฟ์ (Natasha O’Keeffe)
- ผู้สร้าง/เขียนบท: ลิซา แม็คกี (Lisa McGee)
- ผู้กำกับ: ไมเคิล เลนน็อกซ์ (Michael Lennox)
- จำนวนตอน: 8 ตอน
- เรตติ้ง Rotten Tomatoes: 93%
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix
ตลกร้ายไอริชที่ดีที่สุดบน Netflix ต้นปี 2026
โครงเรื่อง - 8.5
การแสดง - 9
โปรดักชัน - 8.2
ความบันเทิง - 9.2
ความคุ้มค่าในการรับชม - 8.8
8.7
How to Get to Heaven from Belfast เป็นซีรีส์ที่พิสูจน์ว่าลิซา แม็คกีไม่ได้มีดีแค่ Derry Girls เท่านั้น ด้วยการผสมผสานระหว่างมุกตลกไอริชสุดคม ปริศนาฆาตกรรมที่พลิกผันตลอด และตัวละครหญิงสามคนที่มีเคมีกันดีสุด ๆ ซีรีส์เรื่องนี้ดึงเราเข้าไปตั้งแต่ตอนแรกและไม่ปล่อยจนจบ แม้พาร์ทของเกรต้าจะทำให้จังหวะตกไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วนี่คือซีรีส์ที่เสพติดจนหยุดดูไม่ได้ การแสดงยอดเยี่ยม บทเขียนฉลาด และทวิสต์ที่ซ่อนอยู่ทุกซอกทุกมุมทำให้ How to Get to Heaven from Belfast คือ must-watch แห่งปี
![[รีวิว-เรื่องย่อ] พิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียงสา | The Museum of Innocence (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-The-Museum-of-Innocence-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ซาราห์ เริ่ดลวงโลก | The Art of Sarah (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-The-Art-of-Sarah-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] จมโคลน | In the Mud ซีซั่น 2](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-In-the-Mud-Season-2.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] แดนจลาจล | State of Fear (2026) หนังแอ็คชั่นบราซิลสุดเดือด](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-State-of-Fear-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เดอะ เบิร์บส์ | The 'Burbs (2026) ซีรีส์ตลกร้ายสุดมันส์](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-The-Burbs-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ซัลวาดอร์ | Salvador (2026) ซีรีส์แอ็คชั่นดราม่า Netflix](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Salvador-2026-netflix.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ราชินีหมากรุก | Queen of Chess (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Queen-of-Chess-2026.webp)