เรื่องน่าสนใจ

10 เรื่องน่ารู้วันตรุษจีน เสริมมงคลรับปีใหม่จีน

วันตรุษจีนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวจีน ตรุษจีนถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะต้องกลับมาบ้าน ใครที่อยากรู้จักวันตรุษจีนมากขึ้นลองมาดู 10 เรื่องน่ารู้วันตรุษจีน กันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

10 เรื่องน่ารู้วันตรุษจีน

10 เรื่องน่ารู้วันตรุษจีน

เทศกาลฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองตรุษจีน ต้องต้อนรับปีใหม่ด้วยรอยยิ้ม ให้โชคลาภ ความสุขสบายเข้ามาหาเราตลอดทั้งปี

วันตรุษจีนทำไมต้องใส่สีแดง

1. วันตรุษจีนทำไมต้องใส่สีแดง

สีแดง ตามความเชื่อของชาวจีนถือเป็นสีแห่งความมงคล สีแห่งความสุข ความโชคดี เจริญรุ่งเรือง อีกทั้งยังเป็นสีที่ช่วยขับไล่ความชั่วร้าย ความอัปมงคล

ในตำนานของต้นกำเนิดของเทศกาลตรุษจีน เหนียน เป็นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ที่มักจะอาละวาดออกมาจับผู้คนกินเป็นอาหาร ในคืนวันก่อนวันตรุษจีน เหนียนเป็นสัตว์ที่ร้ายกาจมากขนาดที่สัตว์ร้ายอย่าง หมี, เสือ, สิงโต หรืองูพิษ ไม่อาจทำอะไรได้ ทุกครั้งที่เหนียนอาละวาด ผู้คนจะหวาดกลัวมาก

แต่ก็มีผู้เฒ่าผู้หนึ่ง ที่ไม่กลัวเหนียนและอาสาที่จะปราบเหนียน เมื่อเผชิญหน้ากับเหนียน ผู้เฒ่าผู้นี้ได้เปลื้องเสื้อผ้าออก เหลือแต่ชุดชั้นในสีแดง ปรากฏว่าเหนียนหวาดกลัวมาก และผู้เฒ่าก็สามารถปราบเหนียนให้สงบเชื่องได้ และพาเหนียนไปสู่สวรรค์ ผู้คนจึงสรรเสริญว่าผู้เฒ่าผู้นี้คงจะเป็นเซียนหรือเทพเจ้าเป็นแน่

จากความเชื่อตรงนี้ เป็นที่มาของการประดับบ้านเรือนหรือสถานที่ต่าง ๆ ด้วยสีแดงของชาวจีนในโอกาสต่าง ๆ และกลายเป็นสีที่เชื่อว่า เป็นสีมงคล ขับไล่สิ่งชั่วร้าย ตามคตินิยมของชาวจีน

วันฉลองตรุษจีนมากที่สุด 15 วัน

2. วันฉลองตรุษจีนมากที่สุด 15 วัน

  • วันที่ 1 ของปีใหม่ เป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์และโลก หลายคนงดทานเนื้อ ในวันนี้ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการต่ออายุและนำมาซึ่งความสุขในชีวิตให้กับตน
  • วันที่ 2 ชาวจีนจะไหว้บรรพชนและเทวดาทั้งหลาย และจะดีเป็นพิเศษกับสุนัข เลี้ยงดูให้ข้าวอาบ น้ำให้แก่มัน ด้วยเชื่อว่า วันที่สองนี้เป็นวันที่สุนัขเกิด
  • วันที่ 3 และ 4 เป็นวันของบุตรเขยที่จะต้องทำความเคารพแก่พ่อตาแม่ยายของตน
  • วันที่ 5 เรียกว่า พูวู ซึ่งวันนี้ทุกคนจะอยู่กับบ้านเพื่อต้อนรับการมาเยือน ของเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย ในวันนี้จะไม่มีใครไปเยี่ยมใครเพราะจะถือว่าเป็นการนำโชคร้าย มาแก่ทั้งสองฝ่าย
  • วันที่ 6 ถึงสิบชาวจีนจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของ ครอบครัว และไปวัดไปวาสวดมนต์เพื่อความร่ำรวยและความสุข
  • วันที่ 7 ของตุรุษจีนเป็นวันที่ชาวนานำเอาผลผลิตของตนออกมาชาวนาเหล่านี้จะทำน้ำที่ทำมาจากผักเจ็ดชนิดเพื่อฉลองวันนี้ วันที่เจ็ดถือเป็นวันเกิด ของมนุษย์ในวันนี้อาหารจะเป็น หมี่ซั่วกินเพื่อชีวิตที่ยาวนานและปลาดิบเพื่อความสำเร็จ
  • วันที่ 8 ชาวฟูเจียน จะมีการทานอาหารร่วมกันกับครอบครอบอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนทุกคนจะสวดมนต์ของพรจาก เทียนกง เทพแห่งสวรรค์
  • วันที่ 9 จะสวดมนต์ไหว้และถวายอาหารแก่ เง็กเซียนฮ่องเต้
  • วันที่ 10 ถึงวันที่ 12 เป็นวันของเพื่อนและญาติ ๆ ซึ่งควรเชื้อเชิญมาทานอาหารเย็น และหลังจากที่ทานอาหารที่อุดมไปด้วยความมัน วันที่สิบสามถือเป็นวันที่เราควรทานข้าวธรรมดากับผักดองกิมกิ ถือเป็นการชำระล้างร่างกาย
  • วันที่ 13 ถือเป็นวันที่เราควรทานข้าวธรรมดากับผักดองกิมกิ ถือเป็นการชำระล้างร่างกาย
  • วันที่ 14 ควรเป็นวันที่เตรียมงานฉลองโคมไฟซึ่งจะมีขึ้น ในคืนของวันที่สิบห้าแห่งการฉลองตรุษจีน
  • วันที่ 15 งานฉลองโคมไฟ

3. วันตรุษจีนนับยังไง

ตามปฏิทินจันทรคติของจีน วันตรุษจีนหรือวันปีใหม่จะนับตั้งแต่วันที่ 23 เดือน 12 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย หรืออยู่ในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งแต่ละปีก็อาจคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไป เนื่องจากจำนวนวันในเดือนของปฏิทินจีน บางเดือนจะมี 29 วัน บางเดือนจะมี 30 วันเท่านั้น ซึ่งแตกต่างกับปฏิทิสากลที่เราคุ้นเคย เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้วันขึ้นปีใหม่ของจีนในทุก ๆ ปีไม่ตรงกันเลย โดยจะถือว่าคืนวันที่ 30 เดือน 12 จะเป็นวันส่งท้ายปีเก่า และวันที่ 1 เดือน 1 คือวัน “ชิวอิก” หมายถึงวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ

ข้อห้ามวันตรุษจีน

4. ข้อห้ามวันตรุษจีน

  • ห้ามทำงานในวันตรุษจีน : ความเชื่อเรื่องห้ามทำงานในวันตรุษจีนมีสาเหตุมาจาก ชาวจีนเชื่อว่า วันตรุษจีนเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ ถ้าทำงานตั้งแต่ต้นปี ก็จะต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานไปตลอดทั้งปี จึงถือให้วันนี้เป็นวันเที่ยว เป็นวันพักผ่อนสบาย ๆ จะได้สบายไปตลอดทั้งปี
  • ห้ามทำความสะอาดบ้านในวันตรุษจีน :เชื่อว่าจะเป็นการปัดกวาด หรือชะล้างความโชคดีออกไป ชาวจีนจึงไม่ปัด กวาด เช็ด ถู หรือซัก ล้างทำความสะอาดบ้านในวันตรุษจีนเด็ดขาด
  • ห้ามสระผมหรือตัดผม : ชาวจีนจะไม่นิยมสระผมหรือตัดผมกันในวันตรุษจีน หรือบางคนก็จะไม่สระผม 3 วันหลังจากวันตรุษจีน เนื่องจากคำว่า ผม เป็นคำพ้องเสียงและพ้องรูปกับคำว่า มั่งคั่ง ดังนั้น การสระหรือตัดผมในวันตรุษจีน จึงเหมือนกับการนำความมั่งคั่งออกไป
  • ห้ามพูดคำหยาบและทะเลาะเบาะแว้ง : ในวันตรุษจีน คนจีนจะงดพูดคำหยาบและสิ่งที่ไม่ดี รวมไปถึงการพูดถึงความตายหรือผี เนื่องจากเชื่อว่า การพูดสิ่งที่ไม่ดีในวันนี้ จะนำความโชคร้ายมาให้ตลอดทั้งปี รวมไปถึงการที่ไม่พูดถึงเลข 4 เนื่องจากเลข 4 ในภาษาจีน ออกเสียงคล้ายกับคำว่า ตาย ดังนั้น หลาย ๆ คนจึงพยายามไม่ใช้หรือไม่พูดอะไรที่เกี่ยวข้องกับเลข 4
  • ห้ามใส่ชุดขาวดำ : เสื้อผ้าที่เป็นสีขาวดำ เป็นสัญลักษณ์ของความตาย ดังนั้น การสวมเสื้อผ้าสีขาว-ดำในวันนี้จึงหมายถึงลางร้าย คนจีนจึงมักสวมเสื้อผ้าสีแดงกันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเชื่อว่า สีแดง คือ สีที่จะนำความโชคดีมาให้
  • ห้ามให้ยืมเงิน : คนจีนบางคนอาจจะหมายรวมการที่ไม่ให้ยืมสิ่งของต่าง ๆ นอกเหนือไปจากเงินแล้ว ซึ่งมีความเชื่อที่ว่า การให้ยืมเงินในวันนี้จะทำให้ทั้งปีมีคนเข้ามาขอยืมเงินตลอด รวมไปถึง หากใครที่ติดเงินใครไว้ ก็ควรที่จะคืนเงินก่อนวันตรุษจีน เพราะเชื่อกันว่า หากติดเงินใครในวันตรุษจีนแล้ว คนคนนั้นก็จะมีหนี้สินตลอดปีไม่จบไม่สิ้น
  • ห้ามร้องไห้ : คนจีนเชื่อกันว่า หากร้องไห้ในวันขึ้นปีใหม่ จะทำให้พบกับเรื่องไม่ดี และเสียใจไปตลอดทั้งปี ดังนั้น แม้ในวันนี้เด็กเล็กจะดื้อขนาดไหน อากง อาม่า ก็อาจจะปล่อยให้วันหนึ่ง เพราะไม่อยากตีให้เด็กต้องร้องไห้ในวันนี้

ความหมายอาหารไหว้ตรุษจีน

5. ความหมายอาหารไหว้ตรุษจีน

  • ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ยศ และความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้องเป็นไก่เต็มตัว หมายถึง มีหัว ตัว ขา ปีก มีความหมายถึง ความสมบูรณ์
  • เป็ด หมายถึง สิ่งบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย
  • ปลา หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์
  • หมู หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้
  • ปลาหมึก หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ (เหมือนปลา)
  • บะหมี่ยาวหรือหมี่ซั่ว หรือฉางโซ่วเมี่ยน หมายถึง อายุยืนยาว
  • เม็ดบัว หมายถึง การมีบุตรชายจำนวนมาก
  • ถั่วตัด หมายถึง แท่งเงิน
  • สาหร่ายทะเลสีดำ หมายถึง ความมั่งคั่งร่ำรวย
  • หน่อไม้ หมายถึง การอวยพรให้ร่ำรวยผาสุก
  • กล้วย หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
  • แอปเปิล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ
  • สาลี่ หมายถึง โชคลาภมาถึง (ควรระวังไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ)
  • ส้มสีทอง หมายถึง ความสวัสดีมหามงคล
  • องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน
  • สับปะรด คำจีนเรียกว่า “อั่งไล้” แปลว่า มีโชคมาหา
  • ขนมเข่ง คือ ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ขนมเข่งที่ใส่ในชะลอม หมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์
  • ขนมเทียน คือ ความหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์
  • ขนมไข่ คือ ความเจริญเติบโต
  • ขนมถ้วยฟู คือ ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู
  • ขนมสาลี่ คือ รุ่งเรือง เฟื่องฟู
  • ซาลาเปา หรือ หมั่นโถว คือ ห่อโชค โชคดี
  • จันอับ (จั๋งอั๊บ) คือ มีความสุขตลอดไป

ติดตุ๊ยเลี้ยงหรือคำอวยพรปีใหม่ (จีน)

6. ติดตุ๊ยเลี้ยงหรือคำอวยพรปีใหม่ (จีน)

เมื่อก่อนคนจีนที่พอมีความรู้จะเขียน “ตุ๊ยเลี้ยง” เอง โดยใช้หมึกดำหรือสีทองเขียนคำอวยพรลงบนกระดาษสีแดง ถ้าไม่มีความรู้ก็จะไปจ้างมืออาชีพเขียนให้ ซึ่งแหล่งใหญ่ก็คือที่เยาวราช

คำอวยพรที่เขียนจะประกอบด้วยตัวอักษร 7 ตัว เขียนเป็นคำกลอน โดยมากจะอวยพรให้ทำมาค้าขึ้น ให้มั่งมีเงินทอง ติดตามสองข้างประตูบ้าน และมีอีกแผ่นสำหรับติดทางขวางตรงกลางทางเข้า-ออก เขียนคำว่า “ชุก ยิบ เผ่ง อัง” แปลว่า เข้า-ออกโดยปลอดภัย รวมทั้งติดภาพเด็กผู้หญิง-เด็กผู้ชาย ที่เรียกว่า “หนี่อ่วย” ซึ่งเป็นภาพมงคลของจีน ถือเป็นงานศิลปะที่สำคัญอีกอย่างนอกเหนือจากการตัดกระดาษ มักติดที่ประตูหน้าบ้าน

เราสามารถพบเห็นตุ้ยเหลียนได้ทั่วไป ในเหตุการณ์ต่างๆตามช่วงชีวิต ตั้งแต่เกิด สอบเข้า แต่งงาน ย้ายบ้าน เลื่อนตำแหน่ง จนถึงงานศพ ตุ้ยเหลียนจึงมีความเกี่ยวพันฝังลึกลงไปในวิถีชีวิตของคนจีนมาตั้งแต่โบราณ

การใช้ตุ้ยเหลียนในเมืองไทยมีมาพร้อมกับคนจีนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน จะเห็นได้ตามบ้านจีนโบราณ อย่างบ้านโซวเฮงไถ่แห่งย่านตลาดน้อย ที่สร้างมาตั้งแต่ยุคต้นรัตนโกสินทร์ หรือในงานศพที่จัดขึ้นในย่านเยาวราช ตามรูปถ่ายเก่าจะเห็นว่ามีตุ้ยเหลียนเขียนไว้อาลัยแก่ผู้ที่จากไปเต็มไปหมด

ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ชาวไทยนิยมติดตุ้ยเหลียน หรือสมัยใหม่ก็เรียกกันว่าป้ายมงคล เป็นการสร้างบรรยากาศการค้าขายด้วยในอีกทางหนึ่ง

การให้และการรับอั่งเปา

7. การให้และการรับอั่งเปา

อั่งเปา คือ เป็นเงินของขวัญที่มีการให้และรับในวัฒนธรรมจีน ชื่ออั่งเป่าภาษาจีนมาความหมายถึง ซองสีแดง ที่มอบให้โดยมีเงินบรรจุอยู่ด้านใน ผู้ใหญ่จะมอบอั่งเปาให้กับเด็ก ๆ ซึ่งจำนวนก็ขึ้นอยู่แต่ละครอบครัวว่าจะมากหรือน้อย บ้านไหนมีเด็กเยอะ

แต๊ะเอีย คือ เหรียญที่มีรูตรงกลาง ในสมัยก่อนเหรียญจะมีรูตรงกลางร้อยเชือกสีแดงเป็นพวงเพื่อนำมามอบให้ลูกหลานบริวารในวันตรุษจีน

ของขวัญตรุษจีน

8. ของขวัญตรุษจีน

  • หยก : พลังของหยกตามความเชื่อ หยกมีพลังของความเป็นอมตะทำให้ผู้ที่ครอบครองหยกนั้นมีอายุยืนยาว
  • คางคกสามขา : รูปปั่นคางคกสามขาเป็นของมงคลสำหรับผู้ที่ทำมาค้าขาย เหมาะที่จะมอบเป็นของขวัญสำหรับผู้ที่ทำกิจการ
  • ผี่อิ่ว : รูปปั้นผี่อิวมีลักษณะเป็นสัตว์ป่ารูปร่างคล้ายหมีมีลักษณะดุดัน มีพลังขจัดสิ่งชั่วร้ายและให้โชคลาภ นิยมวางไว้ตามสถานประกอบการต่างๆ
  • รูปปั้นเต่า : หากมอบให้ผู้สูงอายุ ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยเต่าเป็นเครื่องหมายของการมีอายุยืนยาวและ สุขภาพแข็งเเรง แต่หากมอบให้หนุ่มสาว จะนำพาโชคลาภมาให้
  • ปี่เซี่ยะ : เครื่องรางยอดนิยมที่คลายคนรู้จักกันดีหัวเป็นมังกร เขาเหมือนกวาง มีหาง อ้าปากกว้าง ให้คุณกับผู้บูชาด้าน โชคลาภ ค้าขาย

สิ่งต้องห้ามให้กันวันตรุษจีน

9. สิ่งต้องห้ามให้กันวันตรุษจีน

  • รูปปั้นไฉ่ซิงเอี๊ย : เพราะถือว่าเป็นการมอบโชคลาภให้กับผู้อื่น และอาจทำให้ทั้งผู้ให้และผู้รับมีปัญหาด้านการเงินทั้งคู่
  • กระเป๋าสตางค์ : เพราะถือว่าเป็นการส่งทรัพย์สินของตนเองไปให้ผู่อื่น ส่งผลให้เงินทองรั่วไหล
  • รองเท้า : เนื่องจากคำว่ารองเท้าในภาษาจีน พ้องเสียงกับคำว่าสิ่งชั่วร้าย จึงนับว่าเป็นของที่ไม่มงคลไม่ควรมอบให้กันในช่วงตรุษจีน
  • นาฬิกา : คำพ้องเสียงในภาษาจีนคำว่านาฬิกานั้นตรงกับคำว่าการส่งศพ ดังนั้นจึงไม่ควรมอบให้กันเป็นอย่างยิ่งในช่วงตรุษจีน

สถานที่ไหว้ขอพรวันตรุษจีน

10. สถานที่ไหว้ขอพรวันตรุษจีน

  • วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่ 1)
  • วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่)
  • วัดมังกรบุปผาราม (วัดเล่งฮัวยี่)
  • วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2)
  • ศาลเจ้าแม่กวนอิม (มูลนิธิเทียนฟ้า)
  • ศาลเจ้าพ่อเสือ (ศาลเจ้าตั่วเล่าเอี้ย)
  • ศาลเจ้ากวนอู และเทพเจ้าม้า
  • ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ
  • ศาลเจ้าปุงเถ่ากง
  • ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี

ภาพจาก – www.freepik.com

NaniTalk

Nanitalk.com เว็บไซต์ที่รวม ข่าวทันทุกเหตุการณ์ ข่าวไอที เรื่องน่าสนใจ ข่าวบันเทิง ข่าวต่างประเทศ BNK48 ข่าวโซเชียล ท่องเที่ยว สุขภาพ อาหาร วันสำคัญ ดวง เกม อีกมากมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Back to top button