เรื่องน่าสนใจ

วิธีประหยัดแอร์ เย็นโดยไม่เปลืองไฟ ช่วยประหยัดค่าไฟเพิ่มขึ้น

เมื่อหน้าร้อนมาถึงค่าไฟก็มักจะเพิ่มมากขึ้นทุกปีในช่วงนั้น ยิ่งอากาศร้อนเท่าไหร่เครื่องใช้ไฟฟ้ายิ่งทำงานหนักมากขึ้น วันนี้เราเอา วิธีประหยัดแอร์ มาฝากกัน

วิธีประหยัดแอร์

เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

ก่อนที่เราจะทำการเปิดแอร์เราควรจะเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท เพื่อระบายความร้อนในห้องที่ถูกแสงแดดมาตลอดทั้งวัน ให้ความร้อนจากภายในห้องออกไปจากนอกห้องเพื่อลดภาระของแอร์ ไม่ให้แอร์ทำงานหนักเกินไป เพื่อระบายความร้อนในห้องที่ถูกแสงแดดมาตลอดทั้งวันก่อน

เปิดแอร์ที่อุณหภูมิสูงขึ้น

ผศ.ดร.จักราวุธ เดชวิเศษ แนะนำวิธีประหยัดแอร์ในช่วงหน้าร้อน จากการจำลองสถานการณ์เปิดแอร์ในระดับอุณหภูมิ 25-27 องศาเซลเซียส พบว่าเมื่อเพิ่มอุณหภูมิขึ้น 1 องศา ทำให้ลดการใช้ไฟฟ้าได้ 5 เปอร์เซ็นต์ หากเปิดระดับอุณหภูมิที่ 27 องศาเซลเซียส จะทำให้ลดการใช้ไฟฟ้าได้ 10 เปอร์เซ็นต์

วิธีประหยัดแอร์ ใช้แอร์ระบบ Inverter
ภาพจาก – www.thepower.co.th

ใช้แอร์ระบบ Inverter

แอร์ระบบ คอมเพรสเซอร์จะมีการปรับรอบไปตามอุณหภูมิ โดยจะเป็นการลดรอบลงเมื่ออุณหภูมิห้องเย็นเกินกว่าที่กำหนด และเร่ง เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่กำหนด ดังนั้นจะช่วยทำให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่าแอร์ธรรมดา และให้อุณหภูมิที่คงที่มากกว่า ไม่ได้เป็นการตัดไฟแล้วสตาร์ทใหม่

จากความประหยัดไฟแล้ว แอร์ระบบ Inverter ยังมีความเงียบมากกว่าแอร์ธรรมดา เนื่องจากแอร์ระบบ Inverter ใช้วิธีการลดรอบการทำงานลงในขณะที่ความเย็นคงที่ เมื่อมีการเปลี่ยนอุณหภูมิแอร์ระบบ Inverter เพียงแค่เพิ่มรอบการทำงานเท่านั้น

ล้างแอร์

เราสามารถทำความสะอาดแอร์ด้วยตัวเองได้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งด้วยการล้างแผ่นกรองอากาศ (แผ่นกรองอากาศที่สกปรกจะทำให้แอร์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ) และที่สำคัญการล้างแอร์โดยจ้างช่างมาล้างถ้าแอร์ใช้งานหนักทุกวันและในห้องมีฝุ่นเยอะ ควรล้างทุก 6 เดือน ถ้าไม่สกปรกมากล้างทุก 1 ปี การล้างแอร์จะทำให้แอร์ไม่ทำงานหนักเกินไป ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและประหยัดไฟ

อย่าขวางทางลมแอร์

การวางของขวางทางลมแอร์จะทำให้แอร์ทำงานหนักมากขึ้นกว่าปกติ ในการทำความเย็นให้ทั่วถึงทั้งห้อง ทำให้เปลืองค่าไฟมากขึ้น

เปิดพัดลมช่วย

การเปิดแอร์ที่อุณหภูมิที่สูงขึ้นแล้วเปิดพัดลมแม้จะไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิในห้องลดลง แต่ช่วยทำให้รู้สึกสบายขึ้นเมื่อลมเย็นมาถูกผิวเรา และยังประหยัดไฟมากขึ้น

เปิดแอร์โหมด Econo

การปรับอุณหภูมิที่ตั้งไว้ให้จะสูงขึ้น 2 องศาเซลเซียสโดยอัตโนมัติ ช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้น ( ทุก 1 องศาเซลเซียส ที่เพิ่มขึ้นประหยัดไฟได้ 10% ) เช่น ตั้งอุณหภูมิอยู่ที่ 24-25 องศาเซลเซียสแล้วเปิดให้เครื่องฯทำงานแบบ Econo Cool
อุณหภูมิจะถูกปรับเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ 2 องศาเซลเซียส ไปเป็น 25-26 องศาเซลเซียสโดยอัตโนมัติ โดยไม่สูญเสียความเย็นสบาย

ถ้าอยากประหยัดแอร์ และอยากเย็นเหมือนเดิม ควรเปิดการใช้งาน Mode Econo ทุกครั้งที่เปิดแอร์

การใช้เครื่องปรับอากาศอย่างถูกวิธี
Image by Tumisu from Pixabay

การใช้เครื่องปรับอากาศอย่างถูกวิธี

  • ปรับอุณหภูมิเป็น 27-28 องศาเซลเซียส พร้อมเปิดพัดลมช่วยระบายอากาศก็จะทำให้อากาศในห้องเย็นสบาย และยังช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 10-20%
  • หลังใช้งานเครื่องปรับอากาศเสร็จควรปิดทุกครั้ง หรือควรตั้งเวลาในการปิดการทำงานของเครื่องล่วงหน้า
  • ไม่ควรตั้งวางสิ่งของขวางทางลมเข้า-ออกของคอยล์ร้อนที่ตั้งนอกห้อง เพราะอาจทำให้เครื่องไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี แถมยังทำให้เกิดการทำงานที่หนักขึ้นอีกด้วย
  • ไม่ควรนำสิ่งของไปวางกีดขวางทางลมเข้า-ออกของแฟนคอยล์เย็นที่ตั้งอยู่ภายในห้อง เพราะจะทำให้อากาศไม่เย็น
  • ควรเปิดใช้งานหลอดไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้องเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และควรปิดทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว เพื่อช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในห้องให้คลายลง (หรือเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED)
  • ปิดประตูหน้าต่างทุกบานให้สนิทเมื่อเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้อากาศร้อนภายนอกเข้ามาในห้อง เครื่องปรับอากาศก็จะไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้หรือนำผ้ามาตากในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะความชื้นจะมีผลทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักมากขึ้น
  • ควรหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศอยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเกาะ
  • ควรหมั่นทำความสะอาดแผงท่อความเย็นด้วยแปรงขนนิ่ม ๆ กับน้ำผสมสบู่เหลวอ่อน ๆ โดยหมั่นทำทุก 6 เดือน จะช่วยให้เครื่องทำความเย็นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
  • ควรทำความสะอาดพัดลมส่งลมเย็นด้วยแปรงเล็ก ๆ ก็จะช่วยกำจัดฝุ่นละอองที่เกาะติดแน่นเป็นแผ่นแข็ง ๆ ซึ่งมักเกาะติดตามซี่ใบพัด โดยทำทุก 6 เดือน ก็จะทำให้พัดลมส่งลมเย็นทำงานได้เต็มที่ตลอดเวลา
  • ควรหมั่นทำความสะอาดแผงท่อระบายความร้อน ด้วยการใช้แปรงขนนุ่มและน้ำฉีดล้างให้สะอาดทุก 6 เดือน จะทำให้เครื่องนำความร้อนภายในห้องไปทิ้งยังอากาศภายนอกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • หากพบว่าเครื่องปรับอากาศไม่เย็นอันเนื่องจากสารทำความเย็นรั่ว ควรรีบตรวจหารอยรั่วแล้วทำการแก้ไขโดยด่วน เพราะเครื่องจะทำงานโดยที่ไม่ก่อให้เกิดความเย็น ๆ ใดทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
  • หมั่นตรวจสอบฉนวนหุ้มท่อสารทำความเย็นไว้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรปล่อยให้ฉีกขาด

อ้างอิง – voicetv , chiangmaiaircare

Tags

บทความที่เกี่ยวข้อง