รีวิวหนัง-ซีรีส์

[รีวิว-เรื่องย่อ] ไดนาสตี้: ตระกูลเมอร์ด็อค | Dynasty: The Murdochs (2026) สารคดีศึกชิงอาณาจักรสื่อ

  • Dynasty: The Murdochs เป็นสารคดี 4 ตอนบน Netflix ที่เล่าเรื่องการสร้างอาณาจักรสื่อของ รูเพิร์ต เมอร์ด็อค ตั้งแต่ออสเตรเลียจนครองโลก พร้อมเปิดเอกสารและข้อความลับที่ไม่เคยเผยแพร่
  • สารคดีเน้นหนักไปที่ตัวรูเพิร์ตมากกว่าลูก ๆ ทำให้พาร์ทการแย่งชิงมรดกระหว่าง Lachlan, James, Elisabeth และ Prudence ถูกเล่าแบบผ่าน ๆ ไม่ลึกเท่าที่ควร
  • ใครเคยดูซีรีส์ Succession ของ HBO อาจรู้สึกว่าสารคดีนี้ให้ข้อมูลน้อยกว่า แต่สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักตระกูลเมอร์ด็อคมาก่อน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ครอบครัวหนึ่งครอบครองอาณาจักรสื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก แต่เมื่อถึงเวลาส่งมอบอำนาจ ลูก ๆ ทั้งสี่คนกลับกลายเป็นคู่แข่งที่ต้องฟาดฟันกันเองเพื่อชิงความรักจากพ่อและสิทธิ์ในการสืบทอด Dynasty: The Murdochs (2026) สารคดี 4 ตอนจาก Netflix กำกับโดย ลิซ การ์บัส (Liz Garbus) ผู้อยู่เบื้องหลัง Harry & Meghan พาเราเจาะลึกเรื่องจริงของ ตระกูลเมอร์ด็อค ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ซีรีส์ดัง Succession ของ HBO ด้วยเอกสารลับ อีเมล และข้อความส่วนตัวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน สารคดีตั้งคำถามว่า ราชวงศ์สื่อนี้เป็นครอบครัวหรือธุรกิจกันแน่?

Dynasty: The Murdochs เริ่มต้นด้วยการปูพื้นเรื่องราวของ รูเพิร์ต เมอร์ด็อค (Rupert Murdoch) ลูกชายเจ้าของหนังสือพิมพ์ชาวออสเตรเลีย ที่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาจากธุรกิจสื่อเล็ก ๆ จนกลายเป็นเจ้าพ่อสื่อระดับโลก ผ่านพันธมิตรทางการเมือง อิทธิพลทางวัฒนธรรม และการเทคโอเวอร์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าข่าวสารยุคใหม่ ตั้งแต่การซื้อหนังสือพิมพ์ในอังกฤษ ไปจนถึงการก่อตั้ง Fox News ในปี 1996 สารคดีทำให้เห็นว่าชายคนเดียวเปลี่ยนแปลงวงการสื่อทั้งใบได้อย่างไร ด้วยฟุตเทจเก่าและบทสัมภาษณ์จากนักข่าวที่ติดตามตระกูลนี้มาหลายสิบปี ทำให้เราเห็นภาพรวมของอิทธิพลที่ เมอร์ด็อค มีต่อโลกสื่อ

เมื่อเรื่องดำเนินไป โฟกัสเริ่มเปลี่ยนมาที่ลูก ๆ ทั้งสี่คนของรูเพิร์ต ได้แก่ พรูเดนซ์ (Prudence), ลัคลัน (Lachlan), เจมส์ (James) และ เอลิซาเบท (Elisabeth) เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างพ่อกับลูก และความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงระหว่างพี่น้องด้วยกันเอง ความต้องการสืบทอดอาณาจักรของพวกเขานั่นเองที่กลายเป็นต้นกำเนิดของพล็อตเรื่อง Succession บน HBO แต่น่าเสียดายที่สารคดีเลือกเล่าพาร์ทนี้แบบแตะแล้วผ่าน ไม่ได้ขุดลึกเท่าที่ควร ทั้งที่มีวัตถุดิบจากชีวิตจริงพร้อมให้หยิบมาใช้มากมาย

สิ่งที่ทำให้ Dynasty: The Murdochs น่าสนใจที่สุดคือการเปิดเผยเอกสาร อีเมล และข้อความส่วนตัวจำนวนหลายพันหน้าที่ไม่เคยออกอากาศมาก่อน ข้อมูลเหล่านี้มาจากคดีความที่ตระกูลเมอร์ด็อคฟ้องร้องกันเองในปี 2023 เมื่อรูเพิร์ตพยายามเปลี่ยนแปลงทรัสต์ครอบครัวเพื่อมอบอำนาจให้ ลัคลัน เพียงคนเดียว ทำให้พี่น้องที่เหลือต้องสู้คดี จนจบลงด้วยข้อตกลงมูลค่ากว่า 3,300 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน 2025 โดยลัคลันได้ควบคุมบริษัทจนถึงอย่างน้อยปี 2050 ผู้กำกับ ลิซ การ์บัส ใช้ข้อมูลเหล่านี้ร้อยเรียงเรื่องราวได้อย่างแน่น เสริมด้วยบทสัมภาษณ์จากนักข่าวระดับแนวหน้าอย่าง จิม รูเทนเบิร์ก (Jim Rutenberg) และ โจนาธาน มาห์เลอร์ (Jonathan Mahler) จาก The New York Times

Dynasty The Murdochs #1

ปัญหาหลักของสารคดีอยู่ที่การเลือกโฟกัส ตลอดทั้ง 4 ตอน เนื้อหาเกือบทั้งหมดหมุนรอบ รูเพิร์ต เมอร์ด็อค ในฐานะผู้สร้างอาณาจักร ซึ่งจำเป็นในระดับหนึ่ง แต่ก็มากเกินไปจนทำให้ลูก ๆ แทบไม่มีพื้นที่ในการพัฒนาตัวละคร ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าใครคือทายาทที่ถูกเลือก แต่เส้นทางไปสู่จุดนั้นควรถูกเล่าให้ลึกกว่านี้ การพัฒนาตัวละครของลูกแต่ละคน ความขัดแย้งระหว่างกัน และแรงจูงใจเบื้องหลังการตัดสินใจของพวกเขาถูกเล่าแบบผิวเผิน ทั้งที่แค่หยิบข้อมูลจากชีวิตจริงมาใส่ก็น่าจะทำให้สารคดีทรงพลังขึ้นมาก

สำหรับใครที่เคยดู Succession มาแล้ว ต้องบอกตรง ๆ ว่าสารคดีเรื่องนี้ไม่ได้ให้อะไรใหม่ ซีรีส์ดราม่าของ HBO ที่สร้างจากแรงบันดาลใจของตระกูลเมอร์ด็อคกลับนำเสนอความซับซ้อนของพลวัตครอบครัวได้ลึกซึ้งและเข้มข้นกว่ามาก ในขณะที่สารคดียังคงเล่าอยู่ที่ผิวน้ำ ไม่ลงลึกพอที่จะสร้างผลกระทบทางอารมณ์ให้ผู้ดู ซีรีส์ทำให้เราเข้าใจจิตวิทยาของตัวละครแต่ละคน แต่สารคดีกลับทำได้แค่แสดงให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นโดยไม่ได้ตอบคำถามว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น

จังหวะของสารคดีค่อนข้างช้า โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกที่ใช้เวลาปูพื้นประวัติของรูเพิร์ตอย่างละเอียด สิ่งที่น่าจะดีกลับไม่ดีเท่าที่ควรเพราะการดำเนินเรื่องไม่กระชับพอ อย่างไรก็ตาม ฝีมือของ ลิซ การ์บัส ในเชิงโปรดักชันยังคงมีมาตรฐาน การใช้ภาพอาร์ไคฟ์ทำได้ดี และเทคนิคการแทรกภาพเกมกระดานเพื่อสื่อถึงการเดินเกมของตัวละครต่าง ๆ เป็นไอเดียที่น่าสนใจ ดนตรีประกอบโดย เอเรียล มาร์กซ์ (Ariel Marx) ช่วยเสริมบรรยากาศได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้โดดเด่นจนน่าจดจำ

Dynasty The Murdochs #2

ถ้าไม่เคยรู้จัก รูเพิร์ต เมอร์ด็อค มาก่อนและอยากเข้าใจว่าชายคนนี้เปลี่ยนแปลงโลกสื่ออย่างไร Dynasty: The Murdochs เป็นจุดเริ่มต้นที่โอเค เพราะสารคดีพาย้อนตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเรื่องราว แต่ถ้าติดตามข่าวตระกูลนี้มาตลอดหรือเคยดู Succession จนจบ อาจรู้สึกว่ามันซ้ำและไม่มีอะไรใหม่ ข้อดีคือเรื่องจริงของตระกูลเมอร์ด็อคมันดราม่าจนฟังดูเหมือนพล็อตหนัง ไม่ใช่เพราะสารคดีเล่าเก่ง แต่เพราะชีวิตจริงมันเป็นแบบนั้น ไม่แปลกใจเลยที่ถูกหยิบไปทำเป็นซีรีส์ดราม่า และถ้าดูจบแล้วอยากได้อะไรเข้มข้นกว่านี้ ลองไปดู Succession ที่เป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าของเรื่องราวเดียวกัน สรุปว่าถ้าไม่อยากดูอะไรหนัก ๆ แนวฆาตกรรม การเมืองครอบครัวแบบนี้พอดูเพลิน ๆ ได้สักรอบ

ใครดูแล้วรู้สึกยังไงกับตระกูลเมอร์ด็อค? คิดว่าสารคดีเล่าดีพอหรือยัง? มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ แล้วอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้คนที่ชอบดู สารคดีบน Netflix หรือสนใจเรื่องราวเบื้องหลังอาณาจักรสื่อระดับโลก!

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: ไดนาสตี้: ตระกูลเมอร์ด็อค
  • ประเภท: สารคดี, ชีวประวัติ
  • วันที่ออกฉาย: 13 มีนาคม 2569
  • ผู้ให้สัมภาษณ์หลัก: โจนาธาน มาห์เลอร์ (Jonathan Mahler), จิม รูเทนเบิร์ก (Jim Rutenberg), แมทธิว เบลโลนี (Matthew Belloni), แคลร์ แอตกินสัน (Claire Atkinson), คารา สวิชเชอร์ (Kara Swisher)
  • ผู้กำกับ: ลิซ การ์บัส (Liz Garbus), ซาร่า เอนไรท์ (Sara Enright) ร่วมกำกับตอนสุดท้าย
  • จำนวนตอน: 4 ตอน
  • เรตติ้ง: TV-MA
  • เรตติ้ง IMDb: 7.6/10
  • ช่องทางรับชมในไทย: Netflix

บทความที่เกี่ยวข้อง:

สารคดีตระกูลเมอร์ด็อค ดีแต่ยังไม่ถึง Succession

โครงเรื่อง - 6.2
การแสดง - 5.5
โปรดักชัน - 7
ความบันเทิง - 5.8
ความคุ้มค่าในการรับชม - 6

6.1

Dynasty: The Murdochs นำเสนอเรื่องราวการสร้างอาณาจักรสื่อของรูเพิร์ต เมอร์ด็อค ได้อย่างน่าสนใจผ่านฟุตเทจหายากและเอกสารลับ แต่ติดปัญหาตรงที่โฟกัสหนักไปที่ตัวรูเพิร์ตจนพาร์ทลูก ๆ แย่งมรดกถูกเล่าแบบแตะแล้วผ่าน จังหวะค่อนข้างช้าและไม่ได้ให้อะไรใหม่สำหรับคนที่ติดตามข่าวหรือเคยดู Succession มาก่อน แต่สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักตระกูลนี้ ถือว่าพอดูได้ในฐานะสารคดีศึกครอบครัวที่เรื่องจริงดราม่ายิ่งกว่านิยาย

User Rating: Be the first one !

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button