
- The Legend of Rosy Clouds ซีรีส์จีนย้อนยุค 36 ตอน ดัดแปลงจากนิยาย Saiunkoku Monogatari ออกอากาศพร้อมกันบน iQiyi และ Youku ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2026
- จุดเด่นอยู่ที่การแสดงของเติ้งเวยและไดลู่วาที่แย่งซีนทุกฉาก ขณะที่จุดอ่อนคือบทพระเอกที่เติบโตช้าและเส้นทางการเมืองที่ถูกวางไว้เพียงฉากหลัง
- เรตติ้งเฉลี่ยบน MyDramaList อยู่ที่ 7.1/10 เหมาะกับแฟนนักแสดงหรือคนที่อยากดูโรแมนติกเบาสมองมากกว่าเนื้อเรื่องเข้มข้น
ความคาดหวังของคนดู ซีรีส์จีน ย้อนยุคในช่วงครึ่งปีหลังของ 2026 มี The Legend of Rosy Clouds อยู่ในลิสต์รอชมแทบทุกคน เพราะได้หลี่อีถง (Li Yi Tong) เจิงซุ่นซี (Zeng Shun Xi) และเติ้งเวย (Deng Wei) สามนักแสดงสายโรแมนติกย้อนยุคที่ต่างมีผลงานฮิตเป็นของตัวเองมารวมตัวกันในเรื่องเดียว แถมยังดัดแปลงจาก Saiunkoku Monogatari นิยายญี่ปุ่นชื่อดังที่เคยครองใจแฟน ๆ ทั่วเอเชีย เงื่อนไขทุกอย่างดูพร้อมจะสร้างผลงานชิ้นสำคัญ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่หลายคนคาดไว้
หลังฉายจบครบ 36 ตอน คำถามที่แฟนซีรีส์ถามหากันมากที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไง แต่อยู่ที่ว่าทำไมเนื้อเรื่องถึงไปไม่ถึงฝัน ทั้งที่นักแสดงทุกคนทุ่มเทเต็มที่ ซีรีส์กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับความรักแบบรักแรกพบซ้ำ ๆ ปล่อยให้ปมการเมืองซึ่งเป็นหัวใจของเรื่องถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ขณะที่ตัวเลขความนิยมบนทั้ง iQiyi และ Youku ก็ยังห่างไกลจากหลัก 7,000 แต้มบนดัชนีความนิยมของแต่ละแพลตฟอร์ม
บทความนี้จะพาไปเจาะว่าจุดแข็งและจุดอ่อนของเรื่องนี้อยู่ตรงไหนบ้าง ใครที่ควรลงทุน 27 ชั่วโมงเต็มกับซีรีส์เรื่องนี้ และใครที่ควรข้ามไปก่อน พร้อมสรุปข้อมูลสำคัญและคะแนนรีวิวแบบไม่มีอคติไว้ให้พิจารณาก่อนตัดสินใจกดเล่น

ตามตำนานเก้าเมือง เมืองจิ่วเฉิงเคยรุ่งเรืองเพราะวีรบุรุษฉีฮวาอาศัยความร่วมมือของเก้าตระกูลใหญ่ค้ำจุนบ้านเมือง แต่หลังผู้ครองนครสิ้นลงเมื่อ 13 ปีก่อน อำนาจก็เกิดการช่วงชิงจนเหลือเพียงฉีเจิงบุตรชายคนเล็กที่รอดชีวิตและขึ้นครองเมือง ทว่าบัลลังก์ของเขาถูกควบคุมโดยขุนนางเก้าตระกูลตลอดเวลา แม้กระทั่งคู่ครองก็เลือกเองไม่ได้ ฝั่งฟ่านอวิ๋น บุตรสาวตระกูลฟ่านที่เคยมีชื่อเสียงแต่ตกยาก ฝันอยากเปิดสำนักศึกษาถ่ายทอดวิชาให้เด็กในเมือง แต่หนี้สินท่วมตัวจนต้องรับข้อเสนอแต่งงานกับฉีเจิงเพื่อแลกสินสอด 500 ตำลึงทอง ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความไม่ไว้ใจค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นพันธมิตร นำไปสู่การฝ่าฟันวิกฤตและแผนการแย่งชิงอำนาจของตระกูลใหญ่ไปพร้อมกับการสร้างเมืองจิ่วเฉิงให้เจริญรุ่งเรือง
เมื่อสาวจากตระกูลยากจน ต้องแต่งงานกับเจ้าเมืองที่ได้ชื่อว่าไม่เอาการเอางาน เรื่องราวสุดป่วนจึงเกิดขึ้น ท่ามกลางการฝ่าฟันวิกฤตเพื่อสร้างเมืองจิ่วเฉิงให้เจริญรุ่งเรือง
สิ่งแรกที่ต้องยอมรับคือฝีมือนักแสดง โดยเฉพาะ เติ้งเวย (Deng Wei) ที่รับบทคู่ของเจิ้งซื่อและโหลวฉี่เหยียน ถือเป็นแสงที่สว่างที่สุดของเรื่อง เขาสลับบุคลิกระหว่างบัณฑิตหนุ่มผู้ใฝ่เรียน กับพ่อค้าผู้สุขุมเฉียบขาด ได้อย่างลื่นไหลจนทุกฉากที่ปรากฏตัวกลายเป็นช่วงเวลาที่ผู้ชมรอคอย ขณะที่ ไดลู่วา (Dai Lu Wa) ในบทเว่ยซื่อซานก็เติมความอบอุ่นและความภักดีให้ตัวละครอย่างเป็นธรรมชาติ แม้เวลาอยู่บนจอจะจำกัด แก่นหลักของเรื่องที่พูดถึงการยกระดับชีวิตของสามัญชนและโอกาสของสตรีในวงการปกครองก็เป็นไอเดียที่มีคุณค่า และฉากโรแมนติกบางช่วงก็ถ่ายทอดออกมาได้ชวนยิ้มจริง ๆ
ปัญหาหนักที่สุดอยู่ที่ตัวละครนำชาย ฉีเจิง ซึ่งถูกแนะนำว่าเป็นเจ้าเมืองผู้หลักแหลมที่แสร้งทำตัวเป็นเจ้านายเสเพล แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปกลับพบว่าเขาใกล้เคียงกับภาพลวงหน้ามากกว่าฉายาหลอกลวง เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจีบฟ่านอวิ๋น น้อยอกน้อยใจเมื่อถูกปฏิเสธ และหึงหวงเมื่อมีชายอื่นเข้ามาใกล้ ขณะที่การปฏิรูปเมืองหลายอย่างเกิดจากฟ่านอวิ๋นชี้จุดบกพร่องให้เห็นมากกว่าความคิดริเริ่มของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นแทบทุกคู่รักและสามเหลี่ยมความรักในเรื่องถูกจุดชนวนด้วยรักแรกพบภายในสองตอนแรกโดยไม่มีเหตุผลรองรับ และความสัมพันธ์แทบไม่พัฒนาเลยตลอด 16 ตอนแรกที่ดำเนินไปซ้ำ ๆ ในรูปแบบเดิม

เส้นทางการเมืองซึ่งควรเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนทั้งเนื้อเรื่องและความรักถูกปฏิบัติราวกับเรื่องรอง ทั้งที่ฉีเจิงและฟ่านอวิ๋นควรผูกพันกันผ่านการร่วมฝ่าวิกฤตของเมือง กลับถูกแทนที่ด้วยภาพสโลว์โมชันสบตากันและกลอุบายจีบสาววนไปมา ขณะที่นักรีวิวที่ดูจบทั้งเรื่องตั้งข้อสังเกตถึงปมที่ดูเกินจริงหลายจุด ตั้งแต่การหย่าหลอกด้วยเหตุผลที่เหลือเชื่อ ผ้าผืนหนึ่งใช้เป็นเครื่องพรางตัวจนหลอกกองทัพทั้งกองได้ ไปจนถึงกองทัพอีกาที่ถูกยกให้เป็นภัยคุกคามใหญ่โตพ่ายแพ้ด้วยพลุไฟในท้ายที่สุด งานโปรดักชันมีช่วงที่สวยงามน่าชื่นชม ทั้งแสงยามเย็นและเครื่องแต่งกายละเอียด แต่การตัดต่อกลับไม่สม่ำเสมอ บางฉากถูกตัดกลางประโยค บางช่วงมีแสงที่เปลี่ยนไปมา และมุกตลกแบบเสเพลที่แทรกอยู่ก็ขัดกับโทนจริงจังของเรื่อง จนหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าซีรีส์ต้องรอออกอากาศนานถึง 3 ปีหลังถ่ายทำเสร็จ ซึ่งอาจเป็นที่มาของความไม่ลงตัวเหล่านี้
The Legend of Rosy Clouds ดัดแปลงจาก Saiunkoku Monogatari นิยายชุดของยูกิโนะ ไซ (Yukino Sai) ผลงานที่เคยถูกสร้างเป็น อนิเมะ มาแล้วก่อนหน้านี้ การย้ายเรื่องจากโลกแฟนตาซีต้นฉบับมาสู่รูปแบบคนแสดง เปลี่ยนชื่อตัวละครและปรับโครงสร้างบ้านเมืองให้เข้ากับบริบทของจีน แต่ยังคงแก่นเรื่องของสตรีผู้รอบรู้ที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทในวงการปกครองไว้ครบถ้วน การเปรียบเทียบกับต้นฉบับที่แฟน ๆ คุ้นเคยจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนี่คือที่มาของความคาดหวังที่สูงเกินกว่าที่บทจะรองรับได้จริง
คำตัดสินชัดเจนว่า The Legend of Rosy Clouds เหมาะกับแฟนคลับนักแสดงที่อยากเห็นผลงานของเติ้งเวย หลี่อีถง หรือเจิงซุ่นซี รวมถึงคนที่ต้องการดู ซีรีส์ โรแมนติกเบาสมองแบบปิดสมองพักผ่อนโดยไม่สนใจตรรกะของเรื่อง ในทางกลับกัน ไม่เหมาะกับคนที่คาดหวังการเมืองเข้มข้น ดราม่าลึกซึ้ง หรือการเติบโตของตัวละครที่น่าจดจำ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดอ่อนที่ฉายซ้ำตลอดทั้งเรื่อง

The Legend of Rosy Clouds เปรียบเหมือนภาพวาดที่ร่างเส้นไว้สวยงามแต่ลงสีไม่เสร็จสมบูรณ์ นักแสดงระดับต้น งานสร้างที่มีช่วงงดงาม และแก่นเรื่องที่ทรงคุณค่า ล้วนเป็นของดีที่อยู่ในเรื่องเดียวกัน แต่บทที่บาง จังหวะที่เชื่องช้า และการโฟกัสผิดจุด ทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายออกมาเป็นซีรีส์ที่ดูได้เรื่อย ๆ ไม่ได้แย่ถึงขั้นปิดเรื่องทิ้ง แต่ก็ห่างไกลจากเพชรเม็ดงามที่ทุกคนรอคอย ใครที่รอผลงานของเติ้งเวยหรือหลี่อีถงอยู่แล้วยังพอเก็บไว้ดูเพลิน ๆ ได้ แต่ถ้ากำลังมองหาเรื่องที่เนื้อเรื่องเข้มข้นสมชื่อ แนะนำให้รอเรื่องถัดไปดีกว่า และถ้าดูจบแล้วมีความเห็นต่าง ลองแวะมาคุยกันในคอมเมนต์หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่กำลังลังเลได้เลย
- ชื่อเรื่องในภาษาไทย: บุปผาคู่บัลลังก์
- ชื่อเรื่อง: The Legend of Rosy Clouds
- ประเภท: ย้อนยุค, แฟนตาซี, โรแมนติก, คอมเมดี้
- จำนวนตอน: 36 ตอน (ตอนละประมาณ 45 นาที)
- วันที่เริ่มออกอากาศ: 20 มิถุนายน 2026
- ผู้กำกับ: จูเส้าเจี๋ย (Zhu Shao Jie)
- นักแสดงนำ: หลี่อีถง (Li Yi Tong), เจิงซุ่นซี (Zeng Shun Xi), เติ้งเวย (Deng Wei), ไดลู่วา (Dai Lu Wa), ไรลีย์ วัง (Riley Wang)
- ดัดแปลงจาก: นิยาย Saiunkoku Monogatari โดย ยูกิโนะ ไซ (Yukino Sai)
- เรตติ้ง MyDramaList: 7.1/10
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: iQIYI
ซีรีส์จีนนักแสดงแจ่ม แต่บทและการเมืองยังบางเกินไป
โครงเรื่อง - 5.5
การแสดง - 7.6
โปรดักชัน - 7
ความบันเทิง - 6.2
ความคุ้มค่าในการรับชม - 5.8
6.4
The Legend of Rosy Clouds คือซีรีส์จีนย้อนยุคสายโรแมนติกแฟนตาซี ดัดแปลงจากนิยายญี่ปุ่น Saiunkoku Monogatari ว่าด้วยฟ่านอวิ๋นหญิงสาวตระกูลล้มละลายที่ยอมแต่งงานกับฉีเจิงเจ้าเมืองหนุ่มเพื่อแลกสินสอด 500 ตำลึงทอง ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากผลประโยชน์ค่อย ๆ พัฒนาเป็นความไว้ใจและความรักท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจของเก้าตระกูลใหญ่ ซีรีส์รวบรวมนักแสดงมากฝีมืออย่างหลี่อีถง เจิงซุ่นซี และเติ้งเวย ไว้ด้วยกัน แต่บทที่บางและจังหวะการเล่าที่เชื่องช้ากลับทำให้ผลงานไม่สมศักยภาพของนักแสดง แม้ฉากโรแมนติกบางช่วงจะยังมีเสน่ห์อยู่บ้าง



![[รีวิว-เรื่องย่อ] A Splendid Match (2026) ซีรีส์จีนโรแมนติกย้อนยุคที่พลิกจากช้าเป็นฟิน](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/06/review-a-splendid-match-2026.webp)

![[รีวิว-เรื่องย่อ] Ashes to Crown (2026) ซีรีส์จีนย้อนยุคเกิดใหม่ล้างแค้น Netflix](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/06/review-ashes-to-crown-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Born with Luck (2026) ซีรีส์จีนสืบสวนคอมเมดี้ปั่น ๆ](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/06/review-born-with-luck-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Zhan Zhao Adventures (2026) ซีรีส์จีนบู๊สืบสวนที่พลาดโอกาสสร้างชื่อ](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/06/review-zhan-zhao-adventures-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] คำสารภาพคืนราตรี | Light to the Night (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/05/Review-Light-to-the-Night-2026.webp)