รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] หนี | Run Away (2026)

  • Run Away เป็นซีรีส์ดัดแปลงจากนิยายของ Harlan Coben ที่เล่าเรื่องพ่อตามหาลูกสาวที่หายตัวไป พร้อมพัวพันคดีฆาตกรรมปริศนา
  • การแสดงของ James Nesbitt ในบทไซมอน กรีน โดดเด่นด้วยอารมณ์ที่ดิบและจริงใจ แบกซีรีส์ทั้งเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม
  • ซีรีส์มีเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนหลายสาย แต่การเปิดเผยความลับช้าเกินไปทำให้ช่วงกลางเรื่องค่อนข้างยืดเยื้อ
  • แม้จะมีองค์ประกอบน่าสนใจอย่างลัทธิลึกลับและมือสังหารคู่ แต่ตัวละครรองส่วนใหญ่ยังขาดความลึกและน่าติดตาม

เคยรู้สึกไหมว่าการดูซีรีส์บางเรื่องมันเหมือนถูกหลอกไปตลอดทาง? เริ่มต้นด้วยความระทึก ปริศนาที่ชวนให้อยากรู้ แต่พอดูไปดูมากลับรู้สึกว่าคำตอบที่รอคอยมันไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป Run Away (2026) ซีรีส์ใหม่ล่าสุดจาก Netflix ที่ดัดแปลงจากนิยายของ Harlan Coben นักเขียนนิยายลึกลับชื่อดัง ก็อาจทำให้รู้สึกแบบนั้นได้เหมือนกัน ซีรีส์เรื่องนี้เล่าเรื่องของ ไซมอน กรีน พ่อที่ชีวิตดูสมบูรณ์แบบ แต่กลับพังทลายลงเมื่อลูกสาวคนโตหนีออกจากบ้านและหายสาบสูญ เมื่อเขาตามหาจนเจอ กลับเจอเรื่องช็อกที่ทำให้ตัวเองพัวพันกับคดีฆาตกรรม และต้องเผชิญกับความลับมากมายที่อาจทำลายครอบครัวของเขาได้ตลอดกาล

รีวิวและเรื่องย่อ Run Away (หนี)

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ ไซมอน กรีน รับบทโดย James Nesbitt ผู้เคยโลดแล่นใน Missing You และ Stay Close ค้นพบว่าลูกสาวสุดที่รักอย่าง เพจ รับบทโดย Ellie de Lange กำลังเล่นกีตาร์และร้องเพลงในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เธอดูซูบผอม ซึมเศร้า และเห็นได้ชัดว่าติดยา ไซมอนพยายามพาเธอกลับบ้าน แต่เหตุการณ์กลับบานปลายเมื่อเขาทะเลาะกับ แอรอน แฟนหนุ่มของเพจ จนมีคนถ่ายคลิปไปลงโซเชียล คลิปไวรัลนั้นทำให้ชีวิตของไซมอนพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ และเมื่อแอรอนถูกพบเป็นศพไม่นานหลังจากนั้น ไซมอนก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน เอเลน่า ราเวนส์ครอฟต์ นักสืบเอกชนที่รับบทโดย Ruth Jones กำลังสืบคดีคนหายอีกคดีหนึ่งที่ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับการหายตัวไปของเพจ ทั้งสองจึงต้องจับมือกันเพื่อไขปริศนาที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่นักสืบ ไอแซก ฟางเบนเล รับบทโดย Alfred Enoch และ รูบี้ ท็อดด์ รับบทโดย Amy Gledhill กำลังไล่ตามหาความจริงว่าใครกันแน่ที่ฆ่าแอรอน

สิ่งที่ทำให้ Run Away แตกต่างจากซีรีส์ Harlan Coben เรื่องก่อนๆ คือการมีเส้นเรื่องหลายสายที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันในตอนแรก นอกจากเรื่องของไซมอนกับเอเลน่าแล้ว ยังมีเรื่องของ ดีดี และ แอช สองมือสังหารที่เติบโตมาด้วยกันในบ้านอุปถัมภ์ พวกเขาทำงานรับจ้างฆ่าคนและเดินทางไปทั่ว ดูเหมือนตัวละครที่หลุดมาจากหนังอย่าง True Romance หรือ Bonnie and Clyde ผู้สร้างซีรีส์บอกว่าพวกเขาเป็นตัวละครที่มีความโหด แต่ก็มีเสน่ห์ในความวิปริตของตัวเอง

ปัญหาคือกว่าเส้นเรื่องเหล่านี้จะมาบรรจบกัน คนดูต้องรอนานถึง 4-5 ตอน และระหว่างทางนั้น ซีรีส์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสร้างปริศนาและซ่อนความลับ แทนที่จะพัฒนาตัวละครให้น่าสนใจ สุดท้ายแล้ว เมื่อคำตอบถูกเปิดเผยว่าทุกอย่างเชื่อมโยงกับ ลัทธิลึกลับ ที่เรียกว่า The Shining Truth และผู้นำลัทธิที่กำลังจะตายต้องการกำจัดลูกนอกสมรสทุกคน มันก็รู้สึกเหมือนถูกหลอกมาตลอดทาง

ถ้าจะมีเหตุผลสักข้อที่ควรดู Run Away คงต้องเป็นการแสดงของ James Nesbitt ในบทไซมอน กรีน เขาถ่ายทอดความเจ็บปวดของพ่อที่สูญเสียลูกสาวไปได้อย่างจับใจ ทุกครั้งที่เขาปรากฏบนจอ เราจะรู้สึกถึงความสิ้นหวังและความมุ่งมั่นที่จะพาลูกกลับบ้านไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม การแสดงของเขาดิบและจริงใจ ไม่ใช่แค่นักสืบสมัครเล่นที่ไล่ตามเบาะแส แต่เป็นคนพ่อคนหนึ่งที่หัวใจแตกสลาย

ในทางตรงกันข้าม นักแสดงคนอื่นๆ กลับไม่ได้มีโอกาสโชว์ฝีมือเท่าที่ควร Minnie Driver ที่รับบท อิงกริด ภรรยาของไซมอน ถูกจับให้นอนโคม่าบนเตียงเกือบทั้งเรื่องหลังจากถูกยิงในตอนแรกๆ ทำให้เสียดายความสามารถของนักแสดงระดับนี้มาก เช่นเดียวกับตำรวจสองคนที่มีความสัมพันธ์โรแมนติกกัน แต่บทสนทนาของพวกเขาแทบจะวนเวียนอยู่แค่เรื่องคดี ไม่มีฉากที่ให้เราเห็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งจริงๆ

นี่คือปัญหาหลักของซีรีส์ Harlan Coben เกือบทุกเรื่อง และ Run Away ก็ไม่ต่างกัน ซีรีส์วางเดิมพันทุกอย่างไว้กับปริศนาและการเปิดเผยที่ช็อก ทำให้คนดูต้องคอยถามตัวเองว่า เพจหายไปไหน? ดีดีกับแอชคือใคร? ไซมอนฆ่าแอรอนจริงไหม? ทำไมเอเลน่าถึงมีพฤติกรรมแปลกๆ? แต่พอถึงเวลาที่คำถามเหล่านี้ได้รับคำตอบ ความสนใจของเราก็หายไปพอดี

ตัวละครที่น่าสนใจอย่าง ลู หญิงวัย 75 ปีที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ซึ่งเป็นตัวละครที่หาได้ยากในซีรีส์ทั่วไป กลับถูกใช้แค่เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเนื้อเรื่อง เราไม่ได้รู้จักตัวตนของเธอมากไปกว่าความสามารถทางเทคนิค เช่นเดียวกับเอเลน่าที่มีอดีตอันเจ็บปวดและกำลังเผชิญกับบางอย่างที่ซับซ้อนในปัจจุบัน แต่ชีวิตของเธอถูกลดทอนให้เหลือแค่ปริศนาอีกชิ้นหนึ่ง

ซีรีส์พยายามพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับ Gen-Z โซเชียลมีเดีย และชีวิตยุคใหม่ แต่ไม่เคยลงลึกจริงจัง ไซมอนใช้แอปเช็คสถานะคนไข้ เอเลน่าบอกว่าสมัยก่อนไม่มีฟีเจอร์นี้ ไอแซกเสียดสีคนที่แชร์ชีวิตส่วนตัวบนโซเชียลมากเกินไป ในฉากหนึ่ง หญิงสูงอายุแก้ตัวว่า “มันเป็นยุคสมัยที่แตกต่าง” เมื่อถูกเผชิญหน้ากับคนที่เธอเคยทำร้ายร่างกาย ซีรีส์ยังเสียดสีมหาวิทยาลัยที่มี “กฎใหม่” จำกัดการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง

แต่ทั้งหมดนี้เป็นแค่เครื่องประดับฉาก ซีรีส์ไม่ได้มีความเห็นที่ชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ มันแค่โยนออกมาแล้วก็ทิ้งไว้ ทำให้รู้สึกว่าผู้สร้างไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่พวกเขาพยายามจะพูดจริงๆ

หากเปรียบเทียบกับผลงานอื่นๆ ของ Coben บน Netflix อย่าง Fool Me Once หรือ Missing You แล้ว Run Away ถือว่ามีความทะเยอทะยานมากกว่า ด้วยเส้นเรื่องหลายสายและการพยายามสร้างจักรวาลที่ซับซ้อน แต่ความทะเยอทะยานนั้นกลับถูกบั่นทอนด้วยข้อจำกัดของเนื้อหาต้นฉบับ ซีรีส์ของ Coben มักจะเริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่ดีและความลึกลับที่ชวนติดตาม แต่สุดท้ายก็มักจบลงด้วยกลเม็ดถูกๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าถูกหลอก

Run Away ก็ไม่ต่างกัน แม้จะพยายามสร้างความช็อกและการหักมุมใหญ่ แต่กว่าจะถึงจุดนั้น ซีรีส์ใช้เส้นทางที่ยาวและทรมานจนคนดูเริ่มเบื่อ พลังงานทั้งหมดถูกใช้ไปกับการสร้างกล่องปริศนาและทำให้คนดูตั้งคำถามว่าชิ้นส่วนไหนเข้ากับอะไร นั่นกลายเป็นประสบการณ์การดูทั้งหมด ทำให้เราไม่ได้สนใจตัวละครจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นความพยายาม เป้าหมาย หรือความเจ็บปวดของพวกเขา

Run Away เป็นซีรีส์ที่ทำหน้าที่ของมันได้ในฐานะ “ของว่าง” สำหรับช่วงวันหยุดปีใหม่ หากชอบซีรีส์แนวลึกลับที่เปิดเรื่องได้น่าสนใจและไม่ต้องคิดมาก Run Away ก็อาจพอเป็นตัวเลือกได้ แต่สำหรับใครที่คาดหวังซีรีส์ที่มีตัวละครน่าจดจำและเนื้อเรื่องที่สมเหตุสมผล อาจต้องผิดหวัง การแสดงของ James Nesbitt เป็นสิ่งเดียวที่ยกระดับซีรีส์นี้ขึ้นมา แต่มันก็ไม่พอที่จะปกปิดปัญหาของบทภาพยนตร์ที่เน้นปริศนามากกว่าหัวใจของเรื่อง

สำหรับใครที่ชอบ ซีรีส์แนวสืบสวน และเคยดูผลงานของ Harlan Coben มาก่อนก็รู้แล้วว่าจะเจออะไร Run Away ก็เหมือนกัน ไม่ดีกว่าไม่แย่กว่า แค่เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ในสูตรสำเร็จเดิมๆ ลองหาเวลาว่างมาดูได้ แต่อย่าคาดหวังอะไรมากนัก และถ้ามีความคิดเห็นอะไรหลังจากดูจบ มาแชร์กันได้ในคอมเมนต์!

  • ชื่อเรื่องภาษาไทย: หนี
  • ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: Run Away
  • ประเภท: ดราม่า, ระทึกขวัญ, สืบสวน
  • วันที่ออกฉาย: 1 มกราคม 2569
  • นักแสดงนำ: James Nesbitt (ไซมอน กรีน), Ruth Jones (เอเลน่า ราเวนส์ครอฟต์), Alfred Enoch (ไอแซก ฟางเบนเล), Ellie de Lange (เพจ กรีน), Minnie Driver (อิงกริด กรีน), Jon Pointing (แอช), Maeve Courtier-Lilley (ดีดี)
  • ผู้สร้าง: Harlan Coben, Danny Brocklehurst
  • ผู้กำกับ: Nimer Rashed, Isher Sahota
  • จำนวนตอน: 8 ตอน
  • เรตติ้ง IMDb: 7.0/10
  • เรตติ้ง Rotten Tomatoes: 75%
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button