![[รีวิว-เรื่องย่อ] ดั่งตะวันฉายฉาน | Shine on Me (2025) ซีรีส์จีนโรแมนติก](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Shine-on-Me-2025.webp)
- Shine on Me ดัดแปลงจากนิยายของ กู้ม่าน เจ้าของผลงานระดับตำนานอย่าง You Are My Glory และ Love O2O แต่ครั้งนี้ผลงานยังไปไม่ถึงมาตรฐานเดิม
- เคมีระหว่าง จ้าวจินม่าย กับ ซ่งเวยหลง ถือว่าเข้าขากันดี แต่ฝีมือการแสดงเดี่ยวของทั้งคู่ยังมีจุดอ่อนที่ชัดเจน
- ตัวละคร เนี่ยซีกวง ขาดพัฒนาการใน 12 ตอนแรก ทุกอย่างถูกจัดวางมาให้หมด ทำให้ไม่รู้สึกลุ้นไปกับเธอ
- ซีรีส์ทำยอดได้เฉลี่ย 25 ล้านวิวต่อตอน ถือว่าดีสำหรับนักแสดงนำทั้งสอง แต่ถ้าเทียบกับ You Are My Glory ที่ทำ 60 ล้านวิวต่อตอน ยังห่างชั้นอยู่มาก
เคยฝันถึง ซีรีส์จีนโรแมนติก ที่มีพระเอกหล่อรวยบ้าไหม? แบบบอสใหญ่บริษัท แถมยังเป็นอดีตหมอ ทุกสิ่งสมบูรณ์แบบราวกับหลุดมาจากนิยาย ซึ่งมันก็หลุดมาจากนิยายจริงๆ นั่นแหละ Shine on Me (2025) หรือชื่อไทยว่า ดั่งตะวันฉายฉาน ดัดแปลงจากผลงานของ กู้ม่าน (Gu Man) นักเขียนนิยายที่เคยปั้นซีรีส์ระดับปรากฏการณ์มาแล้วหลายเรื่อง มาพร้อมนักแสดงนำอย่าง จ้าวจินม่าย (Zhao Jin Mai) กับ ซ่งเวยหลง (Song Wei Long) ที่แฟนซีรีส์จีนรู้จักกันดี แต่ถามว่ารอบนี้ปังไหม? ต้องบอกตรงๆ ว่าความคาดหวังกับความเป็นจริงมันคนละเรื่อง
Shine on Me เล่าเรื่องของ เนี่ยซีกวง รับบทโดย จ้าวจินม่าย สาวร่าเริงพลังบวกที่สมัยมหาลัยเคยแอบชอบ จวงซวี่ รับบทโดย ล่ายเหว่ยหมิง (Lai Wei Ming) หนุ่มนักเรียนเก่งสุดในรุ่นที่ทั้งหล่อแต่เย็นชาจนเข้าไม่ถึง เธอตามจีบเขาอยู่ตลอดช่วงเรียน แต่สุดท้ายก็ต้องอกหักเมื่อรู้ความจริงบางอย่าง พอจบมหาลัยก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน เธอได้มาพบกับ หลินอวี่เซิน รับบทโดย ซ่งเวยหลง หนุ่มรองผู้บริหารดาวรุ่งในวงการพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เดิมทีเป็น อดีตศัลยแพทย์ แต่ผันตัวมาทำธุรกิจด้วยเหตุผลลึกๆ บางอย่าง แม้ตอนแรกจะมีความเข้าใจผิดต่อกัน แต่ความอบอุ่นของเนี่ยซีกวงก็ค่อยๆ ดึงดูดเขาเข้ามา จนทั้งสองพัฒนาความสัมพันธ์ที่ ความรักอันมั่นคง ของหลินอวี่เซินช่วยให้เธอปล่อยวางอดีตและเปิดรับความรักครั้งใหม่
ต้องยอมรับว่าแค่ได้ยินชื่อ กู้ม่าน ความคาดหวังมันพุ่งขึ้นทันที เพราะนักเขียนคนนี้คือเจ้าแม่นิยายรักจีนยุคใหม่ตัวจริง ผลงานที่ถูกดัดแปลงมาก่อนหน้าล้วนกลายเป็นซีรีส์ระดับ ไอคอนิก ไม่ว่าจะเป็น You Are My Glory ดุจดวงดาวเกียรติยศ (2021) ที่ปั้น หยางหยาง กับ ตี๋ลี่เร่อปา จนฮอตระเบิด, Love O2O เวยเวย เธอยิ้มโลกละลาย (2016) หรือ My Sunshine รอรักกลับมา (2015) ที่ปั้นดาราขึ้นมาหลายคน ทุกเรื่องล้วนสร้างชื่อให้นักแสดงนำจนกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ ดังนั้นพอรู้ว่า Shine on Me มาจากปลายปากกาเดียวกัน มันก็เลยเป็นเหมือน เซฟโซน ที่ใครๆ ก็คิดว่าน่าจะปังแน่ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด

สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้หลุดมือคือ 13 ตอนแรกที่ดำเนินเรื่องช้าจนน่าหงุดหงิด เนื้อเรื่องวนเวียนอยู่กับเนี่ยซีกวง สาวใจดีจากครอบครัวฐานะดีที่ปัญหาใหญ่ที่สุดในชีวิตคือยังลืมคนที่แอบชอบสมัยมหาลัยไม่ได้ ทุกอย่างในชีวิตเธอถูกจัดวางมาให้หมด ทั้งงาน เงิน ความมั่นคง แถมยังมีรองผู้บริหารหล่อๆ มาสนใจอย่างไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ปัญหาในที่ทำงานส่วนใหญ่ก็ถูก หลินอวี่เซิน แก้ให้หมด สิ่งเดียวที่เธอต้องจัดการคือความรู้สึกเก่าๆ กับคนที่แอบชอบ หลังจากดูมากว่า 12 ตอน เนี่ยซีกวงแทบไม่มี พัฒนาการ ในฐานะตัวละครเลย และเหตุผลที่หลินอวี่เซินหลงใหลเธอ แม้จะอาจถูกอธิบายในตอนหลัง แต่ ณ จุดนี้มันดูไม่น่าเชื่อและดูไม่เหมาะสมในบริบทของที่ทำงาน
พูดตรงๆ ว่า ดั่งตะวันฉายฉาน ไม่ได้มีอะไรผิดพลาดร้ายแรง ไม่มีพล็อตโฮลใหญ่โต ไม่มีฉากที่น่าเขินจนดูไม่ไหว แต่ปัญหาคือมันไม่เคยให้เหตุผลที่ทำให้อยากเชียร์นางเอกพระเอกสักที ซีรีส์แนวรักหวานที่ดีต้องทำให้คนดู อิน ไปกับคู่หลัก แต่พอถึงตอนที่ 12 ความรู้สึกนั้นยังไม่เกิดขึ้นเลย แฟนๆ ยืนยันว่าเรื่องจะดีขึ้นช่วง ตอนที่ 30 แต่ถ้าต้องรอขนาดนั้น มันก็บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการวางจังหวะเรื่องเหมือนกัน
ในแง่ตัวเลข ซีรีส์ทำผลงานได้ดีสำหรับนักแสดงนำทั้งสอง โดยทะลุ 30,000 บนดัชนีความนิยมของ Tencent ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับทั้งจ้าวจินม่ายและซ่งเวยหลง เพราะทั้งคู่มี ซีรีส์จีนโรแมนติก ออกมาหลายเรื่องในปีที่ผ่านมา แต่ไม่มีเรื่องไหนสร้างกระแสได้เท่า Shine on Me ยอดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25 ล้านวิวต่อตอน ซึ่งถือว่าน่าพอใจ แต่ถ้าเทียบกับ You Are My Glory ที่ทำเฉลี่ย 60 ล้านวิวต่อตอน ในปี 2021 มันยังห่างกันอยู่มาก ต่อให้บอกว่ายุคสมัยเปลี่ยน แต่สุดท้ายผลงานชิ้นนี้ก็ยังไปไม่ถึงมาตรฐานที่ตัวนักเขียนเองเคยวางไว้

สิ่งที่ต้องชมคือ การถ่ายทำในสถานที่จริง ที่อู๋ซี เซี่ยงไฮ้ และซูโจว แทนที่จะใช้เมืองเหล่านี้เป็นแค่ฉากหลังทั่วไป ซีรีส์เน้นโชว์ความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเมือง ทั้ง แลนด์มาร์ก และบรรยากาศแบบเมืองสมัยใหม่ที่มีชีวิตชีวา ทำให้ซีรีส์รู้สึกเรียลและจับต้องได้ ไม่ใช่แค่โลกในจินตนาการของละครจีนที่ทุกฉากดูเหมือนกันหมด
จ้าวจินม่ายกับซ่งเวยหลงมี เคมีที่เป็นธรรมชาติ และดูสบายตา ต้องบอกว่าดีกว่าที่ทั้งคู่เคยเล่นกับนักแสดงคนอื่นในซีรีส์ก่อนหน้าพอสมควร ซ่งเวยหลงเปิดโหมดเสน่ห์ได้ถูกจังหวะเวลาต้องหวาน ขณะที่จ้าวจินม่ายในบทเนี่ยซีกวงที่พยายาม (แต่ล้มเหลว) ที่จะไม่เขินหน้าพระเอก สร้างความน่ารักและหวานใจให้กับฉากที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ใครที่ชอบดู ซ่งเวยหลง ในแนวโรแมนติกยุคปัจจุบัน เรื่องนี้จะเห็นเขาในมุมที่ต่างจาก กระวานน้อยแรกรัก อยู่พอสมควร
แม้จะมีเคมีที่ดีเมื่ออยู่ด้วยกัน แต่ การแสดงเดี่ยว ของทั้งคู่ยังมีปัญหาชัดเจน จ้าวจินม่ายมีปัญหาเรื่อง น้ำเสียงที่แหบพร่า ทำให้การออกเสียงไม่คมชัด การตีบทเนี่ยซีกวงเน้นไปทาง ทำน่ารักหนักมาก ทั้งป่องแก้ม ทำตาวุ้นวาย กิริยาท่าทางดัดจริตเกินจำเป็น ซึ่งเป็นลักษณะที่เห็นบ่อยในนางเอกซีรีส์จีนแนวรัก แต่ในเรื่องนี้มันรู้สึกฝืนและน่ารำคาญกว่าปกติ ส่วนซ่งเวยหลงมีปัญหาเรื่อง ออร่าผู้บริหาร เขามักก้มหน้าลงเวลาพูด ทำให้ดูเหมือนไม่ได้สนใจคนที่คุยด้วยจริงๆ ทั้งที่ตั้งใจจะแสดงความใส่ใจ ถ้าเทียบกับ เว่ยต้าซวิน ในบทกู้เหยียนเฉิน จาก Fireworks of My Heart ที่ทุกครั้งที่ปรากฏตัวก็เต็มไปด้วย ความมั่นใจแบบเงียบๆ จนครองห้องได้ทุกฉาก หลินอวี่เซินของซ่งเวยหลงกลับดูเก้อเขินและเก็บตัว โดยเฉพาะในฉากที่ต้องเป็นบอสในห้องประชุม

อีกสิ่งที่ทำให้ซ่งเวยหลงดูไม่น่าเชื่อถือในบทรองผู้บริหารคือ การจัดสไตลิสต์ที่ผิดพลาด สูทหลายชุดดูใหญ่เกินตัว ไหล่กว้างเกินจริง ซึ่งแทนที่จะเสริมให้ดูมีอำนาจ กลับทำให้ดูเหมือนเด็กใส่ชุดผู้ใหญ่ ผลลัพธ์คือทุกครั้งที่อยู่ในฉากประชุมหรืองานทางการ เขาดูไม่เข้าพวกกับบรรยากาศ โลกของธุรกิจ ที่ซีรีส์พยายามสร้างขึ้น
ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ การขาดพัฒนาการของเนี่ยซีกวง ใน 12 ตอนแรก ความขัดแย้งหลักของเธอคือความรู้สึกที่ยังค้างคากับคนที่แอบชอบสมัยเรียน ซึ่งเมื่อพิจารณาจากพื้นฐานที่เธอมีทุกอย่างพร้อม ปัญหานี้ก็ยิ่งดูเล็กลงไปอีก เธอได้โอกาสในการทำงานหลายครั้ง แทบไม่ต้องรับผิดชอบอะไรหนัก แต่ยังสามารถดึงดูดความสนใจของรองผู้บริหารได้ แต่พลังงานทางอารมณ์ทั้งหมดของเธอถูกใช้ไปกับ การกังวลเรื่องคนที่แอบชอบ ว่าเขาจะมีคนใหม่หรือเปล่า หลังจากดูมากว่าสิบตอนที่เธอทำอะไรแค่โหยหาอดีตโดยไม่มีการเติบโตทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ประสบการณ์การดูก็กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ ซีรีส์อาจดีขึ้นในตอนหลัง แต่ ณ จุดนั้น ความอยากดูต่อก็หมดลงไปแล้ว
Shine on Me (2025) เป็นซีรีส์ที่มีส่วนผสมครบ ทั้งนักเขียนระดับตำนาน นักแสดงหน้าตาดี และโปรดักชั่นที่ถ่ายทำในโลเคชันจริง แต่กลับขาดหัวใจสำคัญคือ ตัวละครที่น่าเอาใจช่วย และจังหวะเรื่องที่ดึงดูดคนดูตั้งแต่ต้น สำหรับใครที่ชอบ ซีรีส์จีนแนวรัก สบายๆ ไม่ซีเรียส ไม่ต้องคิดมาก Shine on Me อาจตอบโจทย์ได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเทียบกับมรดกที่กู้ม่านสร้างไว้ ต้องบอกว่ายังไม่ถึง มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้ว่าใครดูแล้วรู้สึกยังไง ดูถึงตอนไหนแล้วบ้าง แล้วถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ อย่าลืมแชร์ให้สายซีรีส์จีนด้วยนะ!
- ชื่อเรื่องในภาษาไทย: ดั่งตะวันฉายฉาน
- ประเภท: โรแมนติก, ดราม่า
- วันที่ออกฉาย: 22 ธันวาคม 2568
- จำนวนตอน: 36 ตอน
- นักแสดงนำ: จ้าวจินม่าย (Zhao Jin Mai), ซ่งเวยหลง (Song Wei Long), ล่ายเหว่ยหมิง (Lai Wei Ming)
- ต้นฉบับ: นิยายของกู้ม่าน (Gu Man)
- แพลตฟอร์ม: Tencent
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: WeTV
Shine on Me เคมีดี แต่เนื้อเรื่องลากจนหลุดมือ
โครงเรื่อง - 5.2
การแสดง - 5.8
โปรดักชัน - 7.2
ความบันเทิง - 5.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 5
5.7
Shine on Me ดั่งตะวันฉายฉาน มีจุดขายอยู่ที่เคมีพระนางที่เป็นธรรมชาติและการถ่ายทำในสถานที่จริง แต่ปัญหาใหญ่คือตัวนางเอกที่แทบไม่มีพัฒนาการใน 12 ตอนแรก เนื้อเรื่องวนเวียนอยู่กับความรู้สึกเก่าๆ โดยไม่สร้างเหตุผลให้คนดูอยากลุ้นตาม ฝีมือการแสดงเดี่ยวของนักแสดงนำยังมีจุดต้องปรับปรุง และเมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้าของกู้ม่าน ซีรีส์เรื่องนี้ยังไปไม่ถึงมาตรฐานที่ตัวนักเขียนเองเคยวางไว้
![[รีวิว-เรื่องย่อ] อริรักลิขิตใจ | Fated Hearts (2025) ซีรีส์จีนนางเอกสายบู๊](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/02/Review-Fated-Hearts-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ครามพิฆาต | Love on the Turquoise Land (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/12/Review-Love-on-the-Turquoise-Land-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ภูผาอิงนที | Fight for Love (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/12/Review-Fight-for-Love-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Had I Not Seen the Sun ซีซั่น 2](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/12/Review-Had-I-Not-Seen-the-Sun-2.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ยุทธการแห่งฉางอัน | The Vendetta of An (2025)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/12/Review-The-Vendetta-of-An-2025.webp)

![[รีวิว-เรื่องย่อ] อลวนรักกลิ่นมงคล | Hilarious Family ซีซั่น 2](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2025/10/Review-Hilarious-Family-2-2025.webp)