รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] เดอะ เบิร์บส์ | The ‘Burbs (2026) ซีรีส์ตลกร้ายสุดมันส์

  • The ‘Burbs (2026) เป็นซีรีส์รีเมคจากหนังตลกร้ายปี 1989 ของ ทอม แฮงค์ส ที่ยืนได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งต้นฉบับ
  • Keke Palmer โดดเด่นในบท Samira ทนายความสายลุยที่กลายมาเป็นนักสืบจำเป็นในหมู่บ้านชานเมือง พร้อมทีมเพื่อนบ้านสุดแปลกที่เรียกเสียงฮาได้ตลอด
  • ซีรีส์ผสมผสาน ตลกร้าย กับ มิสทีรี ได้ลงตัว ทำให้ลุ้นตลอดทั้ง 8 ตอนว่าใครคือคนร้ายตัวจริง
  • จุดอ่อนอยู่ที่จำนวนตอนที่น้อยเกินไปและการปล่อยทุกตอนพร้อมกัน ทำให้ขาดอรรถรสของการรอลุ้นแบบรายสัปดาห์

เคยรู้สึกไหมว่าหมู่บ้านชานเมืองที่ดูสงบเรียบร้อยมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ข้างใต้? The ‘Burbs (2026) ซีรีส์ตลกร้ายจาก Peacock ตอบโจทย์ความหลอนแบบใกล้ตัวได้อย่างจัดเต็ม เมื่อคู่สามีภรรยาป้ายแดงต้องย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านชานเมืองสุดเงียบ แต่กลับค้นพบว่าเพื่อนบ้านที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอาจซ่อนความลับที่น่าสะพรึง ซีรีส์เรื่องนี้ดัดแปลงจาก หนังตลกร้ายปี 1989 ในชื่อเดียวกันที่มี ทอม แฮงค์ส (Tom Hanks) นำแสดง แต่เวอร์ชันใหม่ยืนได้ด้วยตัวเองอย่างสง่างาม เหลือแค่การพยักหน้ารับต้นฉบับเล็กน้อยพร้อมรูปถ่ายของแฮงค์สในฐานะผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน ที่เหลือทั้งหมดเป็นเรื่องราวใหม่ที่ให้ความหมายใหม่กับคำว่า “รีเมค” อย่างแท้จริง

Samira รับบทโดย คีคี พาล์มเมอร์ (Keke Palmer) และ Rob รับบทโดย แจ็ค ไวท์ฮอลล์ (Jack Whitehall) เป็นคู่สามีภรรยาที่เพิ่งมีลูกน้อย ทั้งคู่จำเป็นต้องย้ายจากชีวิตในเมืองใหญ่มาอยู่ในถนนปลายตัน (cul-de-sac) เงียบสงบของ Hinkley Hills ที่ถูกขนานนามว่า “เมืองที่ปลอดภัยที่สุดในอเมริกา” Samira ที่เป็น ทนายความ สายคดีแพ่ง ปรับตัวเข้ากับจังหวะช้าของชานเมืองไม่ค่อยได้ เธอเลยไปสนิทกับกลุ่ม Wine Club ที่ประกอบด้วย Lynn แม่บ้านม่ายสุดจัดจ้าน รับบทโดย จูเลีย ดัฟฟี่ (Julia Duffy), Dana ทหารผ่านศึกที่ไม่เคยออกจากละแวกบ้าน รับบทโดย พอลล่า เพลล์ (Paula Pell) และ Tod ชายลึกลับช่างสังเกตที่อาจเป็นสายลับก็เป็นได้ รับบทโดย มาร์ค โพรคช์ (Mark Proksch) ทุกคนมีจุดร่วมเดียวกันนั่นคือบ้านวิกตอเรียนผุพังที่ร้างมานานหลายสิบปี และเมื่อมันถูกขายกลางดึก ให้กับเพื่อนบ้านใหม่ที่เป็นหมอสุดหวาดระแวงอย่าง Gary รับบทโดย จัสติน เคิร์ก (Justin Kirk) ทุกอย่างก็เริ่มพลิกผัน

ความเบื่อ ความระแวง และความไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรกเห็น ทำให้ Samira กับ Gary กลายเป็นศัตรูคู่ปรับกันโดยอัตโนมัติ Samira ไม่ไว้ใจ Gary ตั้งแต่เห็นเขาขนของเข้าบ้านตอนดึก ส่วน Gary ก็มอง Samira ว่าเป็นพวกชอบสอดรู้สอดเห็นที่บุกรุกบ้านเขาถึงสองครั้ง สถานการณ์ระเบิดในตอนแรกเมื่อ Gary เรียกตำรวจ และนับจากนั้น Samira เชื่อมั่นว่าเขา ซ่อนความลับดำมืด บางอย่างที่เธอต้องขุดขึ้นมาให้ได้ ซีรีส์เล่นกับความรู้สึกหวาดระแวงของทุกตัวละครได้แยบยลมาก ทำให้ตั้งคำถามตลอดว่าสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องจริงหรือแค่จินตนาการของคนเบื่อชีวิตชานเมือง

The 'Burbs (2026) #1

Keke Palmer เป็นหัวใจของซีรีส์เรื่องนี้อย่างไม่ต้องสงสัย เธอมีเคมีกับ Jack Whitehall ที่เล่นเป็นสามีสายชิลล์ได้น่ารักน่าเอ็นดู ทั้งคู่ดูเหมือนคู่แต่งงานใหม่ที่ยังมองตากันแล้วใจละลายจริง ๆ Palmer เอาตัวละครที่เป็นทั้งแม่มือใหม่ ทนายสายเฉียบ และนักสืบจำเป็น มาผสมกันได้อย่างลงตัว ทำให้ความหวาดระแวงของ Samira ดูสมเหตุสมผลท่ามกลางบรรยากาศของขนมบราวนี่ ซุบซิบ และบ้านวิกตอเรียนสุดหลอนตรงข้ามบ้าน ส่วนทีมนักแสดงสมทบอย่าง Julia Duffy, Paula Pell และ Mark Proksch ขโมยซีนไปหลายจังหวะด้วย ไทมิ่งตลก ที่แม่นยำและบุคลิกสุดแปลก ตัวละคร Tod ที่อาจจะเป็นสายลับหรืออาจจะเป็นแค่คนประหลาดก็ว่าได้ กลายเป็นตัวละครที่แอบชอบมากที่สุดโดยไม่รู้ตัว

The ‘Burbs ทำให้คนดูเดาไม่ถูกตลอดทั้งเรื่อง ไม่ปล่อยให้ทวิสต์ชัดเจนเกินไป แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ข้ามเส้นไปจนดูไร้สาระ มันเป็นซีรีส์ที่ แคมป์ ผสม ดาร์ก พร้อมอารมณ์ขันที่ทำให้นั่งดูต่อไปเรื่อย ๆ แล้วก็สงสัยว่าทวิสต์ต่อไปจะเป็นอะไร และความหวาดระแวงของตัวละครทั้งหมดมีมูลความจริงแค่ไหน ซีรีส์ยังมี ซับพล็อต หลายเส้นที่หมุนรอบละแวกบ้าน ซึ่งช่วยเพิ่มมิติให้ตัวละครและเติมความตลกเข้าไปอีก โดยเฉพาะ Officer Danny ของ แม็กซ์ คาร์เวอร์ (Max Carver) และ Agnes ประธาน HOA รับบทโดย ดาเนียล เคนเนดี้ (Danielle Kennedy) ที่เดินเส้นระหว่างความแสบกับความตลกได้อย่างพอดิบพอดี

The 'Burbs (2026) #2

สิ่งที่ทำงานสวนทาง The ‘Burbs ได้มากที่สุดคือ จำนวนตอนที่น้อยเกินไป เพียง 8 ตอน และการปล่อยทุกตอนพร้อมกันในครั้งเดียว ถ้าซีรีส์มีตอนมากกว่านี้และปล่อยแบบรายสัปดาห์ ความระทึกจะถูกขับเน้นได้ดีกว่ามาก แต่ถึงจะปล่อยทุกตอนให้ดูรวดเดียวจบ The ‘Burbs ก็ยังเป็นซีรีส์ที่น่าสนใจและ บ่มเพาะปริศนา ได้ดีพอสมควร นอกจากนี้จังหวะของบางตอนก็ยังไม่สม่ำเสมอ บางฉากลากยาวเกินไป แต่พอมาถึงจุดพลิกผันตอนท้ายตอนก็ดึงกลับมาได้ทุกครั้ง

The ‘Burbs ไม่ได้แค่เล่าเรื่องตลกร้ายในหมู่บ้านชานเมือง แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า ชีวิตชานเมืองของอเมริกา ที่ดูสมบูรณ์แบบจากภายนอก อาจซ่อนความมืดหม่นไว้ข้างใน ซีรีส์เจาะลึกเรื่องของความหวาดระแวง ความเบื่อหน่าย และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนที่มีเวลาว่างมากเกินไปเริ่ม จินตนาการ ว่าเพื่อนบ้านเป็นฆาตกร ในยุคที่ความไว้วางใจกันเป็นสิ่งหายาก The ‘Burbs ตั้งคำถามแหลมคมว่า ที่ที่เรียกตัวเองว่าปลอดภัยที่สุด อาจเป็นที่ ๆ อันตรายที่สุดก็ได้ ซึ่งตรงนี้ซีรีส์ทำได้ดีกว่าหนังต้นฉบับปี 1989 ในแง่ของการขยายมุมมองเรื่อง เชื้อชาติ ชนชั้น และความเป็นคนนอกในสังคมที่เน้นความเหมือน ใครที่ชอบซีรีส์แนวสืบสวนที่ผสมความตลกเข้าไปด้วย และชอบหนังซีรีส์แนวลึกลับที่คลายปมปริศนาทีละนิด ลองหามาดูได้เลย แม้จะมีข้อติบ้าง แต่ The ‘Burbs ก็เป็นซีรีส์ที่ดูสนุก ดูจบแล้วอยากคุยต่อ มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่ารู้สึกยังไงกับตอนจบที่ทำเอาอึ้งไปเลย!

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: เดอะ เบิร์บส์
  • ประเภท: ตลกร้าย, มิสทีรี, ดราม่า
  • วันที่ออกฉาย: 8 กุมภาพันธ์ 2569
  • นักแสดงนำ: คีคี พาล์มเมอร์ (Keke Palmer), แจ็ค ไวท์ฮอลล์ (Jack Whitehall), จูเลีย ดัฟฟี่ (Julia Duffy), พอลล่า เพลล์ (Paula Pell), มาร์ค โพรคช์ (Mark Proksch), จัสติน เคิร์ก (Justin Kirk)
  • ผู้สร้าง: เซเลสต์ ฮิวจีย์ (Celeste Hughey)
  • โปรดิวเซอร์: เซธ แม็คฟาร์เลน (Seth MacFarlane), ไบรอัน เกรเซอร์ (Brian Grazer)
  • จำนวนตอน: 8 ตอน
  • เรตติ้ง Rotten Tomatoes: 75%
  • ช่องทางการรับชม: HBO MAX

The 'Burbs ตลกร้ายชานเมืองที่ลุ้นจนตอนสุดท้าย

โครงเรื่อง - 7.2
การแสดง - 8
โปรดักชัน - 7
ความบันเทิง - 7.6
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.3

7.4

The 'Burbs (2026) เป็นซีรีส์ตลกร้ายที่รีเมคจากหนังปี 1989 ได้อย่างสดใหม่ Keke Palmer ส่งพลังงานเต็มที่ในบททนายแม่ลูกอ่อนที่กลายมาเป็นนักสืบจำเป็น ซีรีส์ผสมมิสทีรีกับอารมณ์ขันแบบดาร์กได้ดี ทำให้ลุ้นตลอดทั้ง 8 ตอน แม้จังหวะบางช่วงจะไม่สม่ำเสมอและน่าเสียดายที่ตอนน้อยเกินไป แต่ทีมนักแสดงสมทบที่แข็งแกร่งและทวิสต์ที่คาดไม่ถึงทำให้ The 'Burbs เป็นซีรีส์ที่คุ้มค่าเวลาสำหรับสายดาร์กคอมเมดี้

User Rating: Be the first one !

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button