![[รีวิว-เรื่องย่อ] 96 นาทีชีวิต | 96 Minutes (2025) หนังระทึกขวัญไต้หวันสุดลุ้น](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-96-Minutes-2025.webp)
- 96 Minutes เป็นหนังระทึกขวัญไต้หวันเรื่องแรกที่เล่าเรื่องหายนะบนรถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาพัฒนาโปรเจกต์นานถึง 9 ปี พร้อมงบสร้างกว่า 100 ล้านบาทไต้หวัน
- การแสดงของ ออสติน หลิน และ วิเวียน ซุง ในบทคู่รักนักสืบ ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี แม้บทจะเน้นความซาบซึ้งมากเกินไป
- หนังสอดแทรกประเด็นเรื่องการ แก้แค้น และคำถามทางศีลธรรมเกี่ยวกับการเลือกช่วยชีวิตคนหมู่มากหรือคนที่รัก
- แม้จะมีองค์ประกอบครบถ้วนของหนังแนวหายนะ แต่หนังให้ความสำคัญกับอารมณ์ดราม่ามากกว่าฉากแอ็คชั่นที่ตื่นเต้น
เคยจินตนาการไหมว่าถ้าวันหนึ่งต้องติดอยู่บนรถไฟที่มีระเบิด และมีเวลาแค่ 96 นาทีในการปลดมัน จะรู้สึกอย่างไร? หนัง 96 Minutes (2025) จากผู้กำกับ หง จื่อเซวียน (Hung Tzu-hsuan) พาผู้ชมไปลุ้นระทึกกับสถานการณ์ที่หายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อระเบิดถูกวางไว้บน รถไฟความเร็วสูง ที่วิ่งจากไทเปไปเกาสง และทุกชีวิตบนขบวนรถนั้นขึ้นอยู่กับผู้เชี่ยวชาญกู้ระเบิดคนเดียว หนังเรื่องนี้ได้รับการโปรโมตว่าเป็นหนังระทึกขวัญแนวหายนะบนรถไฟความเร็วสูงเรื่องแรกของไต้หวัน และทำรายได้ถล่มทลายจนติดอันดับ หนังไต้หวันทำเงินสูงสุดในปี 2025 แต่คำถามสำคัญคือ มันสนุกจริงหรือแค่เสียงดังเกินไป?
เรื่องราวเริ่มต้นจาก ซ่ง เคิ่นเหริน หรือ อาเหริน รับบทโดย ออสติน หลิน (Austin Lin) นักกู้ระเบิดมากฝีมือที่เคยประสบความล้มเหลวครั้งใหญ่ เมื่อ 3 ปีก่อน เขาได้รับมอบหมายให้ปลดระเบิดในโรงหนังแห่งหนึ่ง ภายใต้การบัญชาการของหัวหน้า หลี่ เจี๋ย รับบทโดย หลี่ หลี่เจิน (Lee Lee-zen) ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่น แต่หลังจากปลดระเบิดสำเร็จ กลับมีระเบิดลูกที่สองที่ซ่อนอยู่ในห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงระเบิดขึ้น คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปหลายราย ความรู้สึกผิดจากเหตุการณ์นั้นทำให้อาเหรินเก็บตัวและหนีจากอาชีพที่เขาเคยรัก
3 ปีต่อมา อาเหรินตัดสินใจเริ่มต้นใหม่กับภรรยาสาว หวง ซิน รับบทโดย วิเวียน ซุง (Vivian Sung) ตำรวจสาวที่เพิ่งแต่งงานใหม่ ทั้งคู่วางแผนฮันนีมูนด้วยการนั่งรถไฟความเร็วสูงจากไทเปไปเกาสง ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 96 นาที แต่แล้วเรื่องร้ายก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่ออาเหรินได้รับข้อความปริศนาแจ้งว่ามีระเบิดอยู่บนขบวนรถ และคนร้ายต้องการให้เขาสัมผัสความรู้สึก สูญเสียคนที่รัก เหมือนที่คนร้ายเคยสูญเสีย

ต้องยอมรับว่าสูตร “ระเบิดบนยานพาหนะ” ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการหนัง ตั้งแต่ Speed (1994) ที่มีระเบิดบนรถบัส ไปจนถึง Bullet Train (2022) ที่เต็มไปด้วยมือสังหารบนรถไฟ แต่สิ่งที่ทำให้ 96 Minutes แตกต่างคือการวางระเบิด 2 ลูกบน 2 ขบวนรถไฟ และถ้าปลดลูกหนึ่งสำเร็จ อีกลูกจะระเบิดทันที สถานการณ์แบบนี้ทำให้ตัวละครต้องเผชิญกับคำถามทางศีลธรรมว่า ควรช่วยใครก่อน เมื่อไม่สามารถช่วยได้ทุกคน
ผู้กำกับหง จื่อเซวียน ที่เคยกำกับหนังแอ็คชั่น The Scoundrels (2018) ซึ่งคว้ารางวัลออกแบบท่าต่อสู้ยอดเยี่ยมจากเวที Golden Horse Awards ได้พยายามยกระดับโปรดักชันของหนังเรื่องนี้ด้วยการสร้างฉากภายในตู้รถไฟความเร็วสูงขนาดเท่าจริง โดยใช้เทคโนโลยี Virtual Production ที่นำเข้าจากฮอลลีวูด ด้วยงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทไต้หวัน ทำให้ฉากบนรถไฟดูสมจริงและน่าตื่นตาตื่นใจ
ออสติน หลิน นักแสดงรางวัล Golden Horse สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก At Cafe 6 (2016) ถ่ายทอดบท อาเหริน ได้อย่างน่าประทับใจ เขาแสดงความรู้สึกผิดและความกดดันของคนที่ต้องแบกรับความเป็นความตายของผู้โดยสารหลายร้อยชีวิตได้ดี แต่ปัญหาคือบทเขียนให้ตัวละครร้องไห้และเศร้าโศกมากเกินไป จนบางครั้งรู้สึกว่ากำลังดูหนังดราม่ามากกว่าหนังระทึกขวัญ
วิเวียน ซุง ดาราสาวที่โด่งดังจาก Our Times (2015) หนังรักวัยรุ่นที่ทำเงินถล่มทลายในไต้หวัน รับบทภรรยาตำรวจที่ต้องช่วยเหลือสามีในสถานการณ์คับขัน เธอแสดงได้ดีในฉากแอ็คชั่นและดราม่า แต่เคมีระหว่างเธอกับออสติน หลินถูกนำเสนอผ่านฉากส่งข้อความน่ารักระหว่างกัน ซึ่งรู้สึกเชยและไม่เข้ากับบรรยากาศหนังที่ควรจะเครียด
นักแสดงสมทบอย่าง หลี่ หลี่เจิน ในบทหัวหน้าทีมกู้ระเบิด หวัง โป๋เจี๋ย (Wang Po-chieh) และ เหยา อี้ถี (Yao Yi-ti) ทำหน้าที่ได้ดีในบทบาทของตัวเอง แต่ตัวละครรอบข้างถูกเขียนให้ตื้นเขินเกินไป ผู้โดยสารบนรถไฟถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือในการเรียกน้ำตา ไม่ใช่ตัวละครที่ผู้ชมจะรู้สึกผูกพันอย่างแท้จริง

ปัญหาใหญ่ที่สุดของ 96 Minutes คือการให้น้ำหนักกับอารมณ์ซาบซึ้งมากเกินไป หนังต้องการแสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีความเปราะบาง มีความบ้าคลั่ง เป็นทั้งผู้ช่วยเหลือและผู้รอดชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการสร้างความตื่นเต้นด้วยนาฬิกานับถอยหลังและฉากกระโดดจากรถไฟขบวนหนึ่งไปอีกขบวน ผลลัพธ์คือหนังพยายามทำทุกอย่างแต่ไม่ประสบความสำเร็จในด้านใดเลย
ต้องบอกว่าไม่เคยเห็นหนังระทึกขวัญเรื่องไหนที่ตัวละครร้องไห้เยอะขนาดนี้ ทุกคนมีเรื่องเศร้าของตัวเอง ทุกคนต้องเสียสละ และทุกคนต้องพูดประโยคกินใจก่อนตาย มันทำให้ความระทึกขวัญที่ควรจะมีพลังกลับกลายเป็นความเหนื่อยล้า เพราะอารมณ์ถูกกระตุ้นมากเกินไปจนในที่สุดก็ชินชา
ถ้าจะชมอะไรในหนังเรื่องนี้ ต้องยกให้กับ ทีมโปรดักชัน ที่ทุ่มเทอย่างมหาศาล ฉากภายในรถไฟความเร็วสูงถูกสร้างอย่างละเอียด ตั้งแต่ที่นั่ง หน้าต่าง ไปจนถึงระบบไฟฟ้า ทุกอย่างดูเหมือนจริงและทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่บนขบวนรถด้วย การใช้เทคโนโลยี Virtual Production ทำให้ฉากนอกหน้าต่างดูสมจริง ไม่เหมือนหนังไต้หวันหลายเรื่องที่ใช้กรีนสกรีนแบบชัดเจน
การตัดต่อทำได้ดีในแง่ของการสลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ฉากย้อนอดีต ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อค่อยๆ เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ 3 ปีก่อน ซึ่งเชื่อมโยงกับแรงจูงใจของคนร้ายในปัจจุบัน แต่การใช้ flashback บ่อยเกินไปก็ทำให้จังหวะหนังช้าลง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกที่ควรจะสร้างความตึงเครียด
สิ่งที่น่าสนใจในหนังเรื่องนี้คือการตั้งคำถามเกี่ยวกับ การแก้แค้น คนร้ายไม่ได้เป็นคนบ้าที่ต้องการทำลายล้าง แต่เป็นคนที่สูญเสียคนรักจากเหตุการณ์ที่ตำรวจเลือกที่จะช่วยคนหมู่มากแทนที่จะช่วยทุกคน ประโยคที่ตำรวจพูดในตอนเปิดเรื่องว่า “เพื่อช่วยชีวิตคนส่วนใหญ่ ผมต้องเสียสละคนบางคน” กลายเป็นแก่นของเรื่อง เมื่อคนร้ายต้องการให้ตำรวจรู้สึกว่า การสูญเสียเป็นอย่างไร
แต่น่าเสียดายที่หนังไม่ได้ขุดลึกเข้าไปในประเด็นนี้มากพอ มันแค่บอกว่าการแก้แค้นเป็นเรื่องไม่ดี โดยไม่ได้สำรวจความซับซ้อนของอารมณ์มนุษย์เมื่อต้องเผชิญกับการสูญเสีย ทำให้ข้อความของหนังรู้สึกผิวเผินและคาดเดาได้ง่าย
96 Minutes เป็นหนังที่มีความทะเยอทะยานสูง แต่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ทั้งหมด โปรดักชันดีเยี่ยม การแสดงของนักแสดงนำก็ทำได้ดี แต่บทที่เน้นดราม่าและน้ำตามากเกินไปทำให้หนังสูญเสียพลังของความตื่นเต้น ถ้าเปรียบเทียบกับ หนังระทึกขวัญแนวเดียวกัน อย่าง Bullet Train Explosion (2025) ของญี่ปุ่น หรือแม้แต่ Speed คลาสสิก หนังเรื่องนี้ยังขาดความสมดุลระหว่างอารมณ์และแอ็คชั่น
สำหรับคนที่ชอบ หนังจีนและไต้หวัน และไม่รังเกียจหนังที่เน้นดราม่า 96 Minutes ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าลองดู แต่ถ้าคาดหวังหนังแอ็คชั่นมันส์ๆ แบบ Train to Busan หรือ Bullet Train อาจจะผิดหวังได้ หนังเรื่องนี้เหมาะกับการดูในวันที่อยากปล่อยน้ำตาพร้อมกับลุ้นระทึกเบาๆ มากกว่าจะเป็นหนังที่ต้องนั่งจับขอบเก้าอี้ตลอดเรื่อง
มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่าหนังไต้หวันเรื่องนี้ทำให้รู้สึกอย่างไร และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อนๆ ที่กำลังมองหา หนังใหม่บน Netflix สนุกๆ ดูกัน!
- ชื่อเรื่องในภาษาไทย: 96 นาทีชีวิต
- ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: 96 Minutes
- ประเภท: ระทึกขวัญ, แอ็คชั่น, ดราม่า
- วันที่ออกฉาย: 5 กันยายน 2568 (ไต้หวัน)
- นักแสดงนำ: ออสติน หลิน (Austin Lin), วิเวียน ซุง (Vivian Sung), หวัง โป๋เจี๋ย (Wang Po-chieh), หลี่ หลี่เจิน (Lee Lee-zen), เหยา อี้ถี (Yao Yi-ti), เคนท์ ไฉ่ (Kent Tsai)
- ผู้กำกับ: หง จื่อเซวียน (Hung Tzu-hsuan)
- ผู้เขียนบท: หยาง ว่านจู่ (Yang Wan-ju), อีว่อนน์ เฉิน (Evonne Chen)
- ความยาว: 1 ชั่วโมง 55 นาที
- เรตติ้ง IMDb: 6.4/10
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix
96 Minutes ระทึกแต่น้ำเยอะไปหน่อย
โครงเรื่อง - 5.5
การแสดง - 6.8
โปรดักชัน - 7.2
ความบันเทิง - 5.2
ความคุ้มค่าในการรับชม - 5.8
6.1
หนังระทึกขวัญไต้หวันที่มีพล็อตน่าสนใจเรื่องระเบิดบนรถไฟความเร็วสูง แต่กลับให้น้ำหนักกับดราม่าและน้ำตามากเกินไปจนลดทอนความตื่นเต้น การแสดงของนักแสดงนำทำได้ดี แต่ตัวละครรอบข้างถูกเขียนให้ตื้นเขินเกินไป ทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกผูกพันกับใครเลย





![[รีวิว-เรื่องย่อ] โอมเนื้อหนังมัง..ผี Erotic Ghost Story (1990)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2024/10/Review-Erotic-Ghost-Story-1990.webp)
