![[รีวิว-เรื่องย่อ] บริดเจอร์ตัน | Bridgerton ซีซั่น 4 Part 1](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Bridgerton-Season-4-Part-1.webp)
- Bridgerton ซีซั่น 4 เป็นเรื่องราวความรักแบบซินเดอเรลล่าของ เบเนดิกต์ บริดเจอร์ตัน ที่ตกหลุมรักหญิงสาวลึกลับในงานเต้นรำสวมหน้ากาก
- การแสดงของ เยริน ฮา ในบทโซฟี แบก โดดเด่นมาก ถ่ายทอดความเปราะบางและความแข็งแกร่งของตัวละครได้อย่างลงตัว
- ซีซั่นนี้ถูกยกให้เป็นซีซั่นที่ใกล้เคียงกับหนังสือต้นฉบับของ จูเลีย ควินน์ มากที่สุด และมีฉากโรแมนติกแบบจัดเต็มตามสไตล์ Bridgerton
- ซีรีส์แบ่งออกเป็น 2 พาร์ท โดย Part 1 ออกอากาศ 29 มกราคม 2569 และ Part 2 ออกอากาศ 26 กุมภาพันธ์ 2569
เคยฝันไหมว่าจะได้พบรักแท้ในงานเต้นรำสวมหน้ากากสุดอลังการ? แต่พอถึงเวลาเที่ยงคืน คนรักก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา เหลือไว้แค่ความทรงจำและถุงมือข้างเดียว Bridgerton ซีซั่น 4 พาแฟนซีรีส์กลับสู่โลกของตระกูลบริดเจอร์ตันอีกครั้ง คราวนี้ เบเนดิกต์ บริดเจอร์ตัน (ลุค ธอมป์สัน) ขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัว พร้อมเรื่องราว ความรักสไตล์ซินเดอเรลล่า ที่แฟนหนังสือรอคอยมานาน ซีรีส์เรื่องนี้สร้างจากนิยายเล่มที่สามของ จูเลีย ควินน์ ชื่อ An Offer from a Gentleman และถูกยกให้เป็นซีซั่นที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด มาดูกันว่าเบเนดิกต์จะตามหาหญิงสาวในชุดสีเงินได้หรือไม่ และความรักข้ามชนชั้นครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
Bridgerton ซีซั่น 4 เปิดฉากด้วยการกลับมาของครอบครัวบริดเจอร์ตันที่แฟนๆ คุ้นเคย เราได้เห็น เพเนโลพี (นิโคลา คอฟลัน) และ โคลิน (ลุค นิวตัน) ที่แต่งงานกันแล้วพร้อมลูกน้อย รวมถึง เอโลอิส (คลอเดีย เจสซี) และ ฟรานเชสก้า (ฮันนาห์ ด็อดด์) ที่กลับมาจากสกอตแลนด์ แต่ท่ามกลางความชื่นมื่นนี้ มีคนหนึ่งที่หายไป นั่นคือ เบเนดิกต์ ลูกชายคนที่สองของตระกูลบริดเจอร์ตันที่ยังคงใช้ชีวิตอิสระตามแบบฉบับของตัวเอง ไม่สนใจเรื่องการแต่งงานแม้แต่น้อย
เลดี้ ไวโอเล็ต บริดเจอร์ตัน (รูธ เจมเมลล์) คุณแม่ผู้รักลูกทุกคนไม่เท่ากัน (ล้อเล่น) ตัดสินใจจัดงานเต้นรำสวมหน้ากากสุดอลังการ โดยหวังว่าลูกชายจะได้พบรักแท้สักที และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเบเนดิกต์ได้พบกับหญิงสาวลึกลับในชุดสีเงินที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงตั้งแต่แรกเห็น ทั้งสองเต้นรำและพูดคุยกันอย่างออกรส แต่เมื่อนาฬิกาตีเที่ยงคืน หญิงสาวก็วิ่งหนีไปโดยไม่บอกชื่อ เหลือไว้แค่ถุงมือข้างเดียวและความทรงจำอันแสนหวาน

ตัวละครใหม่ที่สำคัญที่สุดของซีซั่นนี้คือ โซฟี แบก รับบทโดย เยริน ฮา นักแสดงเกาหลี-ออสเตรเลียที่มาขโมยซีนไปเต็มๆ โซฟีเป็นลูกนอกสมรสของเอิร์ลแห่งเพนวูด และหลังจากพ่อเสียชีวิต เธอก็ต้องทำงานเป็นสาวใช้ในบ้านของ เลดี้ อารามินตา กัน (เคที เลิง) แม่เลี้ยงใจร้ายที่มีลูกสาวสองคนคือ โรซามันด์ (มิเชลล์ เหมา) และ โพซี (อิซาเบลลา เว่ย) ใช่แล้ว นี่คือโครงสร้างเรื่องแบบซินเดอเรลล่าเป๊ะๆ
ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน โซฟีแอบไปงานเต้นรำของเลดี้ไวโอเล็ตในชุดสีเงินอันงดงาม และได้พบกับเบเนดิกต์ที่เรียกเธอว่า “คนที่น่าสนใจที่สุดที่เคยเจอ” แต่เธอต้องหนีกลับก่อนเที่ยงคืนเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ และจากจุดนี้เอง เรื่องราวความรักอันซับซ้อนก็เริ่มต้นขึ้น เบเนดิกต์ตามหาหญิงสาวในชุดเงินทั่วลอนดอน โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาตามหานั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม ในฐานะสาวใช้ที่เขาได้พบในอีกบริบทหนึ่ง
ลุค ธอมป์สัน ในบทเบเนดิกต์ บริดเจอร์ตัน ได้โอกาสแสดงฝีมือเต็มที่หลังจากเป็นตัวประกอบมา 3 ซีซั่น เขาถ่ายทอดความเป็นศิลปินที่รักอิสระ แต่ก็มีความโหยหารักแท้ซ่อนอยู่ภายในได้อย่างลงตัว ฉากที่เขาตามหาหญิงสาวในชุดเงินทุกหนทุกแห่ง มองหาเธอในใบหน้าของผู้หญิงทุกคน แสดงให้เห็นความหลงใหลและความโหยหาได้อย่างน่าเชื่อ งานกล้องและการตัดต่อช่วยเสริมอารมณ์ตรงนี้ได้ดีมาก
เยริน ฮา ในบทโซฟี แบก คือการค้นพบครั้งใหญ่ของซีซั่นนี้ แม้จะไม่เคยแสดงซีรีส์ย้อนยุคมาก่อน แต่เธอก็ถ่ายทอดความเปราะบางและความแข็งแกร่งของโซฟีได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตัวละครของเธอต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งเรื่องสถานะทางสังคมและความรู้สึกที่ต้องซ่อนไว้จากเบเนดิกต์ เยริน ฮา ทำให้ผู้ชมรู้สึกอยากปกป้องและเอาใจช่วยโซฟีในทุกฉาก
เคมีระหว่างพระเอกและนางเอก คือหัวใจสำคัญของ Bridgerton และซีซั่นนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ลุค ธอมป์สัน และ เยริน ฮา มีความเข้ากันได้อย่างน่าทึ่ง ทุกครั้งที่ทั้งสองอยู่ในเฟรมเดียวกัน จอก็เหมือนจะลุกเป็นไฟ ความสัมพันธ์ของพวกเขาแตกต่างจากคู่ก่อนๆ ตรงที่มีความซับซ้อนของชนชั้นและอัตลักษณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเพิ่มมิติให้กับเรื่องราวมากขึ้น

ผู้สร้างซีรีส์ เจส บราวเนลล์ เผยว่าธีมหลักของซีซั่นนี้คือ แฟนตาซีกับความจริง เบเนดิกต์เป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ เขาเป็นศิลปิน รักอิสระ และไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ของสังคม ในขณะที่โซฟีต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายทุกวัน เธอทำงานหนักเป็นสาวใช้และต้องซ่อนตัวตนที่แท้จริง ทั้งสองคนอยู่คนละขั้วของความเป็นจริง และเมื่อพวกเขาตกหลุมรักกัน ทั้งสองต้องเดินทางมาพบกันตรงกลาง
ฉากงานเต้นรำสวมหน้ากากถูกออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน ด้วยแสงสีทองอร่าม โคมไฟระย้าขนาดใหญ่ และหน้ากากที่ปกปิดตัวตน ทุกอย่างช่วยสร้างบรรยากาศแบบเทพนิยายที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าทำไมเบเนดิกต์ถึงหลงใหลในคืนนั้นมากนัก แต่เมื่อหน้ากากถูกถอดออก ความจริงก็เริ่มเผยตัว และความขัดแย้งก็ทวีความรุนแรงขึ้น
แฟนๆ จะดีใจที่ได้เห็นตัวละครที่คุ้นเคยกลับมาในซีซั่นนี้ เพเนโลพีและโคลิน ที่ตอนนี้มีลูกแล้วยังคงน่ารักน่าเอ็นดู และเพเนโลพียังคงทำหน้าที่เป็น เลดี้ วิสเซิลดาวน์ ผู้เปิดเผยข่าวซุบซิบของสังคมชั้นสูง เอโลอิส น้องสาวสุดโปรดของเบเนดิกต์ กลับมาจากสกอตแลนด์และตัดสินใจที่จะไม่หาคู่ครองในซีซั่นนี้ แต่กลับตกลงที่จะช่วยพี่ชายหาหญิงสาวในชุดเงินแทน ความสัมพันธ์ระหว่างเบเนดิกต์กับเอโลอิสเป็นส่วนที่น่ารักที่สุดของซีซั่นนี้
ราชินีชาร์ลอตต์ (โกลดา โรเชอเวล) ยังคงครองบัลลังก์แห่งความยิ่งใหญ่ และปีนี้เธอตัดสินใจเปลี่ยนแปลงประเพณีด้วยการหาหนุ่มโสดมาเป็นไฮไลท์ของซีซั่นแทนที่จะเป็นสาวโสดแบบเดิมๆ ซึ่งแน่นอนว่าสายตาของเธอจับจ้องไปที่เบเนดิกต์ ลุค นิวตัน และ นิโคลา คอฟลัน ก็ยังคงมีฉากให้ได้เห็นความหวานของพอลินอีกครั้ง สำหรับใครที่รอดูซีรีส์โรแมนติกย้อนยุคดีๆ ลองไปดู ซีรีส์ Netflix ที่น่าสนใจ ได้เลย

Bridgerton ขึ้นชื่อเรื่อง ฉากโรแมนติกแบบร้อนแรง และซีซั่นนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ทีมผู้สร้างยืนยันว่านี่คือซีซั่นที่ร้อนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่ใช่แค่คู่พระเอกนางเอกเท่านั้น แต่คู่อื่นๆ ก็มีโมเมนต์ให้ได้ลุ้นเช่นกัน นักเขียนบทสามารถสร้างสมดุลระหว่างฉากของแต่ละคู่ได้อย่างลงตัว ไม่มีใครถูกลดทอนเพื่อเน้นคู่อื่น แฟนหนังสือจะได้เห็นฉากจากนิยายถูกนำมาสร้างใหม่อย่างสวยงาม พร้อมกับเซอร์ไพรส์ที่ไม่ได้มีในหนังสือ สำหรับแฟนๆ ที่ชอบ ซีรีส์ที่มีฉากติดเรท ซีซั่นนี้ตอบโจทย์แน่นอน
ความอลังการของโปรดักชันยังคงเป็นจุดเด่นของ Bridgerton เหมือนเคย ฉากงานเต้นรำสวมหน้ากากของเลดี้ไวโอเล็ตถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรตระการตา เครื่องแต่งกายของตัวละครแต่ละตัวถูกคิดมาอย่างละเอียด โดยเฉพาะชุดสีเงินของโซฟีที่กลายเป็นไอคอนของซีซั่นนี้ไปแล้ว ทีมออกแบบเครื่องแต่งกายใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ผ้าที่ใช้ไปจนถึงเครื่องประดับแต่ละชิ้น
เพลงประกอบของซีรีส์ยังคงใช้สูตรสำเร็จเดิมคือการนำ เพลงป๊อปสมัยใหม่มาเรียบเรียงใหม่ ในสไตล์ดนตรีคลาสสิก ซึ่งสร้างความรู้สึกแปลกใหม่และสนุกสนานให้กับผู้ชม การถ่ายภาพสวยงามทุกเฟรม โดยเฉพาะฉากที่ถ่ายในคฤหาสน์และสวนสไตล์อังกฤษ ทุกอย่างช่วยสร้างโลกของรีเจนซี่ลอนดอนให้มีชีวิตชีวาขึ้นมา
Bridgerton ซีซั่น 4 Part 1 คือซีซั่นที่ทะเยอทะยานและสมบูรณ์แบบที่สุดของซีรีส์ เรื่องราวความรักของเบเนดิกต์และโซฟีถูกถ่ายทอดออกมาอย่างงดงาม เต็มไปด้วยอารมณ์และความโรแมนติก การแสดงของลุค ธอมป์สัน และ เยริน ฮา ยอดเยี่ยมมาก และโปรดักชันก็ยังคงมาตรฐานสูงเหมือนเคย สำหรับแฟนๆ ที่รอดูเรื่องราวของเบเนดิกต์มานาน ซีซั่นนี้คุ้มค่าการรอคอยอย่างแน่นอน อย่าพลาดที่จะดู Part 1 และมาลุ้นกันต่อว่า Bridgerton ซีซั่น 4 Part 2 จะพาเราไปถึงจุดหมายอย่างไร มาแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์กันว่าซีซั่นนี้ทำให้หัวใจเราเต้นแรงแค่ไหน!
- ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: Bridgerton Season 4
- ประเภท: โรแมนติก, ดราม่า, ย้อนยุค
- วันที่ออกอากาศ: 29 มกราคม 2569 (Part 1), 26 กุมภาพันธ์ 2569 (Part 2)
- นักแสดงนำ: ลุค ธอมป์สัน (Luke Thompson), เยริน ฮา (Yerin Ha), นิโคลา คอฟลัน (Nicola Coughlan), ลุค นิวตัน (Luke Newton), คลอเดีย เจสซี (Claudia Jessie), โกลดา โรเชอเวล (Golda Rosheuvel), เคที เลิง (Katie Leung)
- ผู้สร้าง: คริส แวน ดูเซน (Chris Van Dusen)
- ผู้อำนวยการสร้าง: ชอนดา ไรมส์ (Shonda Rhimes)
- จำนวนตอน: 8 ตอน (4 ตอนต่อ Part)
- ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix
Bridgerton ซีซั่น 4 โรแมนติกจัดเต็ม สมการรอคอย!
โครงเรื่อง - 9.2
การแสดง - 9.5
โปรดักชัน - 9.6
ความบันเทิง - 9.4
ความคุ้มค่าในการรับชม - 9.3
9.4
Bridgerton ซีซั่น 4 Part 1 คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของซีรีส์โรแมนติกย้อนยุคที่แฟนๆ รอคอยมานาน เรื่องราวความรักของเบเนดิกต์และโซฟีถูกถ่ายทอดออกมาอย่างงดงามและเต็มไปด้วยอารมณ์ ลุค ธอมป์สัน และ เยริน ฮา มีเคมีที่ลงตัวมาก ทำให้ทุกฉากที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันน่าจดจำ ซีซั่นนี้เป็นซีซั่นที่ทะเยอทะยานและสมบูรณ์แบบที่สุดของซีรีส์ ทั้งในแง่โปรดักชัน บท และการแสดง แฟนๆ ที่รอดูเรื่องราวของเบเนดิกต์มานานจะไม่ผิดหวังแน่นอน
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Wonder Man (2026) ฮีโร่นักแสดงแห่งฮอลลีวูด](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Wonder-Man-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] Skyscraper Live (2026) ถ่ายทอดสดปีนตึกระฟ้าสูงที่สุดในโลก](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Skyscraper-Live.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] กับดักคนโง่ | BAKA's Identity (2025) หนังอาชญากรรมญี่ปุ่นสุดดิบเถื่อน](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-BAKAs-Identity-2025.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] รักระหว่างรอยต่อฤดู | Sounds of Winter (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Sounds-of-Winter-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] ไฟรัก ประกายฝัน หัวใจน้ำแข็ง | Finding Her Edge (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Finding-Her-Edge-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] จากเถ้าถ่าน: นรกใต้ดิน | From the Ashes: The Pit (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-From-the-Ashes-The-Pit-2026.webp)
![[รีวิว-เรื่องย่อ] เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ ในโลกเมตาเวิร์ส | Cosmic Princess Kaguya! (2026)](https://www.nanitalk.com/wp-content/uploads/2026/01/Review-Cosmic-Princess-Kaguya-2026.webp)
