เคล็ดลับเสริมดวง

ศีล 5 คืออะไร มีอะไรบ้าง มาทำความเข้าใจกัน!

ศีล 5 เป็นสิ่งที่เตือนความมีสติ มีเมตตาและกรุณา ไม่ทำให้ผู้อื่นและสังคมเดือดร้อน ในความจริงแล้ว ชาวพุทธต่างได้ยินคำนี้กันมาตั้งแต่เกิด ตั้งแต่เรียนวิชาพระพุทธศาสนา เข้าค่ายคุณธรรมจริยธรรม ค่ายพุทธบุตร หรือแม้กระทั่งเสียงคำสอนพระเทศน์ที่ดังออกมาจากวิทยุ โทรทัศน์ หรือเสียงตามสายในชุมชน

ศีล หมายถึง

ศีล คือ ข้อปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานในทางพระพุทธศาสนา เพื่อควบคุมความประพฤติทางกายและวาจาให้ตั้งอยู่ในความดีงามมีความปกติสุข เพื่อให้เป็นกติกาข้อห้ามที่ใช้แก้ปัญหาขั้นพื้นฐาน 5 ปัญหาหลัก ซึ่งทำให้เกิดความสงบสุข และ ไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกันในสังคม

ความหมายของศีลนั้นแปลได้หลายความหมาย โดยศัพท์แปลว่า ความปกติของกายและวาจา กล่าวคือความปกติตามระเบียบวินัย, ปกติมารยาทที่สะอาดปราศจากโทษ, ข้อปฏิบัติในการเว้นจากความชั่ว, ข้อปฏิบัติในการฝึกหัดกายวาจาให้ดียิ่งขึ้น, ความสุจริตทางกายวาจาและอาชีพ และยังมักใช้เป็นคำเรียกอย่างง่ายสำหรับคำว่า “อธิศีลสิกขา” อันได้แก่ข้อปฏิบัติขั้นต้นเพื่อการฝึกตนในทางพระพุทธศาสนาด้วย

ระดับของศีล

ศีล แบ่งเป็น 3 ระดับ คือจุลศีล (ศีลอย่างน้อย) ได้แก่ คหัฏฐศีลทั้ง 2 คือ ศีล5 และอาชีวัฏฐมกศีล มัชฌิมศีล (ศีลอย่างกลาง) ได้แก่ บรรพชาศีลทั้ง 2 คือได้แก่อัฏฐศีล และทสศีล มหาศีล (ศีลอย่างสูง) ได้แก่ อุปสมบททั้ง 2 คือ ภิกษุณีวินัย และภิกษุวินัย

  • ปัญจศีล (ศีล 5) : เสพโดยไม่เบียดเบียน
  • อาชีวัฏฐมกศีล (ศีลกุศลกรรมบท 10) : แสวงหาทรัพย์อย่างไม่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเดือดร้อนจากการแสวงหาทรัพย์นั้น
  • อัฏฐศีล (ศีล 8) : การไม่เสพกามคุณ เพราะมนุษย์ไม่เสพกามคุณ ก็ไม่เสียชีวิตเพราะอดตาย
  • ทสศีล (ศีล 10) : การดำรงชีวิต อย่างนักบวชแท้จริง คือไม่สะสมลาภมีเงินและทอง ดุจฆราวาส แต่ดำรงชีวิตได้ด้วยการขอ อันเป็นเหตุให้ระวังการปฏิพฤติให้ดี ให้สมกับที่ชาวบ้านให้
  • ภิกษุณีวินัย (ศีล 311) : การดำรงค์ชีวิตที่ประหยัด เหมาะสม คุ้มค่า ไม่เดือดร้อนทายกผู้ให้ รักษาปัจจัยที่ทายกให้แล้ว พอเพียงเท่าที่มี มีระเบียบที่ไม่หนักใจผู้ให้
  • ภิกษุวินัย (ศีล 227) : เป็นข้อปฏิบัติพื้นฐานอันเอื้อเฟื้อต่อการประพฤติพรหมจรรย์ของพระภิกษุสงฆ์ มีโทษในการล่วงละเมิดร้ายแรงที่สุดถึงปาราชิก หรือขาดจากความเป็นพระสงฆ์

ศีล 5 คืออะไร

เบญจศีล หรือ ปัญจสีล แปลว่า ศีล 5 เป็นศีลหรือข้อห้ามในลำดับเบื้องต้นตามพระโอวาทของพระโคตมพุทธเจ้า พระศาสดาพระองค์ปัจจุบันแห่งศาสนาพุทธ แต่ทั้งนี้เบญจศีลเป็นหลักการที่มีมาและเป็นที่สั่งสอนทั่วไปก่อนพระพุทธโคดมอุบัติแล้ว จัดเป็นศีลขั้นต่ำของพระโสดาบัน

ศีลหัาเป็นหลักธรรมประจำสังคมมนุษย์ ในพิธีกรรมทั้งปวงแห่งพุทธศาสนา ภิกษุจึงนิยมกล่าวเป็นภาษาบาลีมอบศีลที่ตนมีให้บุคคลร่วมรักษาด้วย เรียกว่า “ให้ศีล” และพุทธศาสนิกจักกล่าวรับปากว่าจะรักษาศีลหรือที่เรียกว่ากล่าว “รับศีล” ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ภิกษุเท่านั้นที่ให้ศีล ฆราวาสผู้รักษาศีลอยู่แล้วก็สามารถให้ศีลแก่บุคคลอื่นได้ด้วย

ศีล 5 เป็นข้อไม่พึงปฏิบัติ คู่กับ “เบญจธรรม” อันเป็นข้อพึงปฏิบัติ การรักษาศีลห้าให้บริบูรณ์ควรกระทำพร้อมกับรักษาเบญจธรรมด้วย แต่การรักษาศีลห้านี้มิใช่ข้อบังคับของพุทธศาสนิก เป็นคำแนะนำให้พึงยึดถือด้วยความสมัครใจเท่านั้น

ศีล 5 ข้อ มีอะไรบ้าง

ศีล 5 ข้อ มีอะไรบ้าง

ข้อ 1 ปาณาติปาตา

คำสมาทาน : ปาณาติปาตา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ
คำแปล : เราจักถือศีลโดยเว้นจากการเบียดเบียนชีวิต

ในศีลห้า “การเอาชีวิต” หมายถึงการฆ่าสิ่งที่มีชีวิตอยู่ หมายถึงการตีและการฆ่าสิ่งมีชีวิต การมีชีวิตเป็นเจตจำนงที่จะฆ่าทุกสิ่งที่บุคคลเห็นว่ามีชีวิต กระทำการเพื่อดับพลังชีวิตในสิ่งนั้น เท่าที่เจตจำนงจะพบการแสดงออกทางกายหรือทางวาจา สำหรับสัตว์ การฆ่าสัตว์ตัวใหญ่นั้นแย่กว่าตัวเล็ก เพราะมีความพยายามมากขึ้น แม้ว่าความพยายามจะเหมือนกัน แต่ก็ต้องคำนึงถึงความแตกต่างของขนาด นอกจากนั้น ขอบเขตของการกระทำความผิดจะแปรผันตามความรุนแรงของความปรารถนาจะฆ่า ในกรณีการฆ่ามนุษย์ยิ่งมีโทษมาก

ข้อ 2 อทินนาทานา

คำสมาทาน : อทินฺนาทานา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ
คำแปล : เราจักถือศีลโดยเว้นจากการเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้

การรับสิ่งที่ไม่ได้รับ หมายถึง การนำทรัพย์สินของผู้อื่นหรือขโมย “สิ่งที่ไม่ได้ให้” สิ่งที่เป็นของผู้อื่น ความประสงค์ที่จะขโมยสิ่งใด ๆ ที่เราเห็นว่าเป็นของคนอื่น และกระทำการตามความเหมาะสม ความน่าตำหนิส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับมูลค่าของทรัพย์สินที่ถูกขโมย ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับมูลค่าของเจ้าของ

ไม่ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้เรา ไม่ลักขโมย ไม่เบียดเบียนผู้อื่นทางด้านทรัพย์สิน กรรมสิทธ์ต่าง ๆ ที่คนอื่นครอบครอง ไม่ทำให้ตนเองร่ำรวยมั่งคั่งขึ้นบนความทุกข์ยากของคนอื่นหรือเจตนาไม่บริสุทธิ์

ข้อ 3 กาเมสุมิจฉาจารา

คำสมาทาน : กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ
คำแปล : เราจักถือศีลโดยเว้นจากการประพฤติไม่เหมาะสมทางเพศ

การประพฤติผิดทางราคะ “ราคะ” หมายถึง “เรื่องเพศ” และ “การประพฤติผิด” เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีที่น่าตำหนิอย่างยิ่ง “การประพฤติผิดทางประสาทสัมผัส” คือ เจตจำนงที่จะล่วงละเมิดต่อผู้ที่เราไม่ควรเข้าไปและการดำเนินการตามเจตนานี้ด้วยการกระทำทางร่างกายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ไม่ประพฤติผิดในกามารมณ์ ไม่ล่วงละเมิด ข่มขืน ขืนใจผู้อื่นที่ไม่ยินยอมรวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่ยินยอมเช่นกัน ไม่เบียดเบียนผู้อื่นทางด้านคู่ครอง ไม่ผิดประเพณี ไม่นอกใจคู่ครอง

ข้อ 4 มุสาวาทา

คำสมาทาน : มุสาวาทา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ
คำแปล : เราจักถือศีลโดยเว้นจากการกล่าวเท็จ

ตั้งใจงดการพูดเท็จ โกหก หลอกลวง ยุแยง ส่อเสียดในทางเสียหาย ไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยวาจาที่ไม่เป็นจริง ไม่เกิดประโยชน์ ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ตัดผลประโยชน์หรือแกล้งทำลาย

ข้อ 5 สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา

คำสมาทาน : สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ
คำแปล : เราจักถือศีลโดยเว้นจากการบริโภคสุรายาเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

ศีลห้าประการสุดท้าย คือ ละเว้นจากการ เสพของมึนเมาที่ทำให้จิตขุ่นมัว มัวเมา หมายถึง ยาและแอลกอฮอล์ (แต่ไม่ใช่ยาที่สั่งโดยแพทย์) ศีลนี้เป็นวิธีการล้างพิษร่างกายและจิตใจแบบดั้งเดิม และอาจเป็นเรื่องท้าทายในเหตุการณ์ที่แอลกอฮอล์เป็นวิธีการเข้าสังคมและการผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่น ประโยชน์ของการรักษาคำปฏิญาณกลับบังเกิดผลมากกว่าที่เราหวังไว้

บทอาราธนาศีล 5

บทอาราธนาศีล 5

(ถ้าคนเดียวเปลี่ยนจากคำว่า “มะยัง” เป็น “อะหัง” และ “ยาจามะ” เป็น “ยาจามิ”)

มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะศีลานิยาจามะ
ทุติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะศีลานิยาจามะ
ตะติยัมปิ มะยังภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปัญจะศีลานิยาจามะ

บทสมาทานศีล 5

บทสมาทานศีล 5

ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเองและไม่ใช่ให้ผู้อื่นฆ่า

อะทินนาทานา เวระมณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการลัก, ฉ้อ ของผู้อื่นด้วยตนเอง และไม่ใช่ให้ผู้อื่นลัก ฉ้อ

กาเมสุมิจฉาจารา เวระมณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม

มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการพูดเท็จ คำไม่เป็นจริง และคำล่อลวง อำพรางผู้อื่น

สุราเมระยะมัจฉะปะมาทะถานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการดื่มสุรา เมรัย เครื่องดองของทำใจให้คลั่งไคล้ต่าง ๆ

ศีล 5 มีประโยชน์อย่างไร

แม้ว่าศีลห้าจะแยกกัน แต่หลักการพื้นฐานของศีลห้าคืออย่าทำให้คนอื่นขุ่นเคือง เมื่อคนหนึ่งไม่ล่วงเกินผู้อื่นแต่ให้เกียรติเขา เขาจะเป็นอิสระ ตัวอย่างเช่น การไม่ฆ่าคนไม่ทำอันตรายต่อชีวิตผู้อื่น การไม่ขโมยคือเราไม่บุกรุกทรัพย์สินของผู้อื่น การไม่ประพฤติผิดทางเพศไม่ได้ละเมิดเกียรติและความซื่อสัตย์ของผู้อื่น ไม่โกหกไม่ทำร้ายชื่อเสียงคนอื่น และการไม่ดื่มของมึนเมาก็ไม่เป็นการล่วงละเมิดสติปัญญาของตนเองจึงไม่ทำให้ผู้อื่นขุ่นเคือง

เป็นความเข้าใจผิดทั่วไปที่ว่าการถือศีลเป็นการผูกมัดตนเอง ดังนั้นบางคนจึงพูดว่า “ทำไมจึงถือศีล? มันเป็นภาระ!” ความจริงก็คือถ้าเราดูคนในคุก พวกเขาทั้งหมดได้ละเมิดศีลห้าอย่างน้อยหนึ่งข้อ ตัวอย่างเช่น การฆาตกรรม การทำร้ายร่างกาย ล้วนเป็นการละเมิดศีล “ห้ามฆ่า”

การทุจริต การยักยอก การลักขโมย และการลักพาตัว ล้วนเป็นการละเมิดศีล “ห้ามขโมย” การข่มขืน การค้าประเวณี การยั่วยวน และการมีชู้ล้วนเป็นการละเมิดศีล “ไม่ประพฤติผิดทางเพศ” การหมิ่นประมาท การละเมิดสัญญา การปลอมแปลงหลักฐานและการข่มขู่เป็นการละเมิดศีล “ไม่โกหก” การค้ายาเสพติด การเสพยา การลักลอบขนยาเสพติด การสูบบุหรี่และดื่มสุราเป็นการละเมิดศีล “ห้ามมึนเมา” เป็นเพราะการละเมิดศีลเหล่านี้ทำให้บุคคลสูญเสียอิสรภาพ ดังนั้นการถือศีลเหล่านี้จึงเป็นแนวทางในการปฏิบัติตามกฎหมายจารีตประเพณี

ผู้ที่ถือศีลและผู้ที่เข้าใจศีลเหล่านี้อย่างแจ่มแจ้ง จะเป็นผู้ได้รับอิสระอย่างแท้จริง ดังนั้น ความหมายที่แท้จริงของศีล คือ เสรีภาพ ไม่ใช่ภาระ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Back to top button