รีวิวหนังไทย

[รีวิว-เรื่องย่อ] พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) | Human Resource (2026)

  • Human Resource เป็นหนังที่จับอารมณ์ความรู้สึก “สยองขวัญในชีวิตประจำวัน” ของคนทำงานในกรุงเทพฯ ได้อย่างเจ็บแสบ
  • การแสดงของ เอิงเอย ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ ในบทเฟรน HR โดดเด่นมาก โดยเฉพาะการถ่ายทอดความลังเลว่าจะให้ลูกเกิดมาในสังคมที่สิ้นหวังหรือไม่
  • งานภาพอัตราส่วนแคบ เสียงดีไซน์ที่ใช้เสียงเมือง เสียงไลน์ เสียงแชท ทำให้รู้สึกเหมือนยืนอยู่ในออฟฟิศจริง ๆ
  • หนังเล่าประเด็น “การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน” ผ่านบริบทสังคมและชีวิตพนักงานได้หนักแน่นมาก

เคยรู้สึกไหมว่าทุกเช้าที่ตื่นมาทำงาน มันเหมือนกำลังเดินเข้าสู่หนังสยองขวัญ? รถติด ฝนตก มอเตอร์ไซค์ขับสวน เสียงไลน์ดังตลอดเวลา แล้วก็ต้องกลับไปนั่งในออฟฟิศที่รู้สึกหายใจไม่ออก หนัง Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) ของผู้กำกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ หยิบจับความรู้สึกเหล่านี้มาถ่ายทอดได้อย่างเจ็บแสบ เหมือนจับเอาประโยคที่ว่า “กรุงเทพฯ…ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว” มาเล่าในแบบที่ชวนหดหู่สุด ๆ หนังเรื่องนี้ไม่ได้แค่พูดถึงโลกการทำงาน แต่ยังเจาะลึกไปถึงคำถามว่า เราควรจะพาใครมาเกิดบนโลกที่สังคมมันยากลำบากขนาดนี้หรือเปล่า?

Human Resource เล่าเรื่องของ เฟรน แสดงโดย เอิงเอย ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ (Prapamonton Eiamchan) สาวออฟฟิศที่ทำงานในแผนก ทรัพยากรบุคคล หรือ HR ของบริษัทแห่งหนึ่ง เธอได้เฝ้ามองชีวิตของผู้คนผ่านการสัมภาษณ์พนักงานใหม่หนุ่มสาวมากมาย ในบริษัทที่ไม่ได้เป็นธรรมนักกับคนทำงาน แต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้คือ เฟรนตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้ว และเธอกำลังต่อสู้กับคำถามในใจอย่างเงียบ ๆ ว่า ควรจะให้ ลูกน้อย ได้เกิดมาในโลกที่ยากลำบากและชวนสิ้นหวังขนาดนี้หรือไม่

หนังเรื่องนี้มีจังหวะการเล่าที่ช้ากว่าที่หลายคนอาจคาดคิด มีความเป็น หนังพี่เต๋อยุคแรก ๆ แต่ความช้านี้แหละที่ทำให้อารมณ์มันซึมลึก ไม่ได้รีบร้อนจะไปไหน แต่ค่อย ๆ สะสมความรู้สึกจนถึงจุดที่รู้สึกหนักอึ้ง หนังไม่ได้เล่าเฉพาะเรื่องของ พนักงานบริษัท เพียงครึ่งเดียว แต่อีกครึ่งคือเรื่องราวของคน ๆ หนึ่งที่อาศัยอยู่ในสังคมนี้ ต้องทนทุกข์กับทั้งผู้คน สภาพแวดล้อม และบริบททางการเมืองในประเทศ ณ ตอนนี้ที่เป็นอยู่

Human Resource (2026) #1

สิ่งที่ติดใจในแง่ดีอันดับแรกเลยคือ งานเทคนิค ของหนังเรื่องนี้ ต้องบอกว่าหนังเลือกที่จะไม่ใช้ดนตรีประกอบเลย มากสุดก็เป็นเพลงหรือดนตรีที่ตัวละครเปิดคลอในฉาก ทิศทางแบบนี้มันเสริมอารมณ์ความจริงจังขึ้นเยอะมาก ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดูชีวิตจริงของใครสักคน

งานภาพ ใช้อัตราส่วนแคบ ซึ่งจากที่มวลอารมณ์มันชวนอึดอัดอยู่แล้ว ภาพมันก็ยิ่งตอกย้ำทางอารมณ์เข้าไปอีก รู้สึกเหมือนถูกบีบให้อยู่ในกรอบแคบ ๆ เหมือนกับที่ตัวละครรู้สึกในชีวิตประจำวัน ผู้กำกับภาพทำงานได้ยอดเยี่ยม สามารถถ่ายทอดความเย็นชาของเมืองกรุงออกมาได้อย่างน่าหดหู่

งานเสียง ก็ต้องบอกว่าดีไซน์มาดีกว่าที่คิดมาก เสียง Line เสียงแชทใด ๆ ตอนดูในโรง ความรู้สึกมันเหมือนยืนอยู่ออฟฟิศใหญ่ ๆ ที่คนเยอะ ๆ หรือเสียงเมือง เป็นเสียงที่เราคุ้นเคยกับมันตลอดเวลาไปกลับจากที่ทำงาน ดีไซน์เสียงให้กลืนไปกับหนังได้ดีมาก รวมถึงจังหวะเสียงอื่น ๆ จังหวะความระทึก เช่น ซีนบีบแตร มันดีไซน์ได้น่ากลัวดี

หนังเรื่องนี้ horror มาก ในแบบที่ไม่ต้องมีผี บรรยากาศมันเย็นชา นิ่งเงียบ แต่เหมือนรอปะทุ ทั้งในการกระทำของตัวละคร และในแง่ของความไม่แน่นอนในสิ่งที่ตัวละครต้องเจอแต่ละวัน ทั้ง สังคมการทำงานภายใน และ สังคมท้องถนนภายนอก พื้นที่กรุงเทพฯ ฝนตก รถติด มอเตอร์ไซค์ขับสวน อะไรต่าง ๆ มันหยิบจับพื้นที่ในกรุงเทพฯ ได้ชวนผวาดี

Human Resource (2026) #2

สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าเรื่องพนักงานใหม่ที่เข้ามาแล้วต้องแบกรับความกดดันและปรับตัวให้รอด คือตัวละครของ เอิงเอย มันเล่าได้ไปไกลเกินคาด ในเรื่องหลักที่หนังเล่าเกี่ยวกับความไม่แน่ใจที่จะมีลูก เพราะอาจไม่อยากให้ลูกเติบโตมาในสังคมที่ชวนสิ้นหวังขนาดนี้ ซึ่งมันก็มีบางอย่างที่เล่าถึง ภาพแทนความรู้สึกคนที่มีต่อประเทศนี้ ด้วย

เอิงเอย ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ แสดงได้ยอดเยี่ยมในบทเฟรน ถ่ายทอดความเงียบ ความอดทน และความขัดแย้งภายในได้อย่างสมจริง ส่วน เพชร เผ่าเพชร เจริญสุข, อะตอม ชนกันต์ รัตนอุดม และ พิมมา พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ ก็ทำหน้าที่ได้ดีในการเติมเต็มเรื่องราว แม้บทบาทของพนักงานใหม่อาจจะยังเล่าได้ไม่เต็มที่นัก แต่ก็ยังสร้างผลกระทบทางอารมณ์ได้มากพอสมควร

ตอนจบของหนังน่าจะ ถกเถียงกันไปได้หลายทาง เพราะเป็นตอนจบที่ไม่ได้ยึดโยงตามโครงสร้างหนังทั่วไป แล้วมันก็ปลายเปิดให้ขบคิดต่อ แต่ที่แน่ ๆ ดูจบแล้วเราก็ยังมองสังคมนี้ด้วยความสิ้นหวัง ยังหดหู่ไร้หนทางเช่นเดิม และต้องกัดฟันทนอยู่แบบนี้ต่อไป

Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) คือหนังที่ตอกย้ำได้ดีกับคำว่า “การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน” เพราะมันสะท้อนผ่านตัวละครได้หนักแน่น หนังเรื่องนี้ไม่ได้แค่เล่าเรื่องพนักงานออฟฟิศ แต่เล่าเรื่อง การมีชีวิตรอดในสังคมไทย ที่หลายคนอาจรู้สึกคุ้นเคยจนเจ็บปวด สำหรับใครที่ชื่นชอบ หนังดราม่าไทย หรือตามผลงานของผู้กำกับ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ อยู่แล้ว ไม่ควรพลาดเรื่องนี้เด็ดขาด แม้จะดูจบแล้วหดหู่ แต่มันก็ทำให้เราได้ทบทวนว่าเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน และเราพร้อมจะพาใครมาเกิดบนโลกใบนี้หรือยัง มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อน ๆ ที่กำลังหาหนังดราม่าไทยดี ๆ ดูด้วยนะ!

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)
  • ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: Human Resource
  • ประเภท: ดราม่า, เสียดสีสังคม
  • วันที่เข้าฉาย: 29 มกราคม 2569
  • นักแสดงนำ: เอิงเอย ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ (Prapamonton Eiamchan), เพชร เผ่าเพชร เจริญสุข (Paopetch Charoensook), อะตอม ชนกันต์ รัตนอุดม (Chanakan Rattanaudom), พิมมา พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ (Pimmada Chaisaksoen)
  • ผู้กำกับ: นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ (Nawapol Thamrongrattanarit)
  • ค่าย: GDH ร่วมกับ One Cool Connect และ JAI Studios

หนังสยองขวัญชีวิตคนกรุงที่ดูจบแล้วหดหู่ไร้หนทาง

โครงเรื่อง - 8.2
การแสดง - 8.8
โปรดักชัน - 8.5
ความบันเทิง - 7.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 8.5

8.3

Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) คือหนังที่เอาความจริงอันโหดร้ายของการเป็นมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพฯ มาเล่าได้อย่างทรงพลัง งานภาพแคบอัดแน่นความอึดอัด เสียงดีไซน์ชวนผวา ไม่ใช้ดนตรีประกอบแต่กลับทำให้อารมณ์หนักหน่วงกว่าเดิม การแสดงของเอิงเอยในบทเฟรนทำได้ยอดเยี่ยม ถ่ายทอดความลังเลระหว่างการจะพาชีวิตใหม่มาเกิดบนโลกที่ชวนสิ้นหวังได้อย่างสะเทือนใจ

User Rating: Be the first one !

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button