รีวิวหนัง-ซีรีส์

[รีวิว-เรื่องย่อ] จากเถ้าถ่าน: นรกใต้ดิน | From the Ashes: The Pit (2026)

  • From the Ashes: The Pit เป็นภาคต่อของหนัง From the Ashes (2024) ที่สร้างจากเหตุการณ์จริงเกี่ยวกับไฟไหม้โรงเรียนหญิงในซาอุดีอาระเบียปี 2002
  • เนื้อเรื่องติดตามนักเรียนสามคน คือ โมนา มาชีล และมาเรีย ที่ตกลงไปในหลุมใต้ดินระหว่างพายุ และต้องเอาชีวิตรอดขณะที่น้ำเริ่มท่วมสูงขึ้น
  • หนังนำเสนอประเด็นเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน มิตรภาพที่แตกหัก และการเผชิญหน้ากับความจริงที่ซ่อนไว้
  • การแสดงของนักแสดงสาวทั้งสามคนทำได้ดี สร้างความรู้สึกกดดันและตึงเครียดได้อย่างน่าประทับใจ

เคยจินตนาการไหมว่าถ้าอยู่ดี ๆ พื้นดินใต้เท้าพังทลายลง แล้วร่วงลงไปในหลุมมืดขณะที่พายุกำลังโหมกระหน่ำ จะทำยังไง? หนัง From the Ashes: The Pit (2026) หรือชื่อไทยว่า จากเถ้าถ่าน: นรกใต้ดิน จาก Netflix พาเราไปสัมผัสประสบการณ์สุดหลอนนี้ผ่านเรื่องราวของสามนักเรียนหญิงที่ต้องต่อสู้เพื่อ เอาชีวิตรอด จากหลุมใต้ดินที่กำลังถูกน้ำท่วม หนังเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก From the Ashes (2024) ที่สร้างกระแสมาแล้วจากเรื่องราวไฟไหม้โรงเรียนหญิงอันน่าสลดใจ คราวนี้ผู้กำกับ อับดุลลาห์ บามัจบูร์ (Abdullah Bamajboor) หยิบตัวละครที่เรารู้จักกลับมาเผชิญหน้ากับฝันร้ายครั้งใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม

From the Ashes: The Pit เปิดฉากด้วยการกลับมาของตัวละครจากภาคแรก คือ โมนา รับบทโดย อาซีล มอร์ยา (Aseel Morya) และ มาชีล รับบทโดย เมาดี อับดุลลาห์ (Moudi Abdullah) ซึ่งตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลังจากผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเรียนมา ทั้งสองห่างเหินกัน มีความลับซ่อนอยู่ และยังไม่ได้เผชิญหน้ากับความจริงที่ค้างคาใจ การมาถึงของ มาเรีย รับบทโดย อาซีล เซราจ (Aseel Seraj) นักเรียนใหม่ที่ดูเพอร์เฟกต์ในทุกด้าน ยิ่งทำให้ความตึงเครียดในกลุ่มเพิ่มขึ้น

เมื่อพายุใหญ่เข้าถล่มโรงเรียน ความขัดแย้งระหว่างสามสาวก็ระเบิดออกมา และในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด พื้นสนามโรงเรียนพังทลายลง ทำให้ทั้งสามตกลงไปใน หลุมลึกใต้ดิน ที่ไม่มีใครรู้มาก่อนว่ามีอยู่ ตอนนี้พวกเธอติดอยู่ด้านล่าง น้ำเริ่มไหลเข้ามา และทางออกเดียวที่จะรอดคือต้องร่วมมือกัน แต่ปัญหาคือทั้งสามคนไม่ได้ลงรอยกันเลยแม้แต่น้อย

หนังเรื่องนี้หยิบยกประเด็นที่น่าคิดหลายอย่างมานำเสนอ ประเด็นแรกคือเรื่อง การเอาชีวิตรอดในสถานการณ์วิกฤต ที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อถึงคราวจำเป็น มนุษย์สามารถทำสิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้ น้ำที่ไหลเข้ามาเรื่อย ๆ สร้างแรงกดดันให้ผู้ชมรู้สึกหายใจไม่ออกไปด้วย การที่หนังเลือกใช้พื้นที่ปิดแคบ ๆ เป็นฉากหลัก ทำให้บรรยากาศ ตึงเครียดและกดดัน ตลอดทั้งเรื่อง

อีกประเด็นที่หนังพยายามสื่อคือเรื่อง ความปลอดภัยในสถานศึกษา ที่บางแห่งยังขาดมาตรฐานพื้นฐาน ซึ่งอาจนำไปสู่หายนะได้ทุกเมื่อ ประเด็นนี้ต่อเนื่องมาจากภาคแรกที่วิพากษ์ระบบความปลอดภัยในโรงเรียนหญิงที่ซาอุดีอาระเบียอย่างตรงไปตรงมา โดยหนังได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง ไฟไหม้โรงเรียนหญิงในเมกกะปี 2002 ที่คร่าชีวิตนักเรียนหลายคน

การแสดงของนักแสดงนำทั้งสามคนถือว่า ทำได้ดี เลยล่ะ โดยเฉพาะในฉากที่ต้องแสดงความกลัว ความตื่นตระหนก และความขัดแย้งระหว่างกัน เคมีระหว่างตัวละครทำให้เราเชื่อว่าพวกเธอมีประวัติศาสตร์ร่วมกัน มีความลับที่ซ่อนไว้ และมีบาดแผลที่ยังไม่ได้รักษา การถ่ายทำในพื้นที่แคบ ๆ ช่วยขับเน้น ความใกล้ชิดและความอึดอัด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หนังยังนำเสนอธีมเกี่ยวกับ มิตรภาพที่แตกหัก และการให้อภัยได้อย่างน่าสนใจ แม้จะไม่ได้ลงลึกมากนัก แต่ก็ทำให้เราอินไปกับตัวละครได้พอสมควร สำหรับใครที่ชอบหนังแนว หนังติดในพื้นที่ปิด แบบ 47 Meters Down หรือ The Descent ก็น่าจะชอบบรรยากาศของหนังเรื่องนี้

ปัญหาใหญ่ที่สุดของหนังเรื่องนี้คือ จังหวะเล่าเรื่องที่ช้าเกินไป ในบางช่วง ทำให้รู้สึกว่าหนังลากยาวเกินความจำเป็น มีบางฉากที่ดูแล้วอยากกดข้ามไปเลย เพราะไม่ได้เพิ่มอะไรให้กับเรื่องราว นอกจากนี้หนังยังมีความ เมโลดราม่า เยอะมาก บางทีตัวละครร้องไห้ฟูมฟายจนรู้สึกว่าเกินจริงไปหน่อย ซึ่งทำให้ฉากที่ควรจะตึงเครียดกลับกลายเป็นน่าหงุดหงิดแทน

อีกจุดที่น่าเสียดายคือ การพัฒนาตัวละครที่ยังไม่เพียงพอ เราไม่ได้เห็นภูมิหลังของแต่ละคนมากนัก โดยเฉพาะมาเรียที่เป็นตัวละครใหม่ หนังบอกเราว่าเธอมีความซับซ้อนซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ แต่กลับไม่ได้ขุดลึกลงไปมากพอที่จะทำให้เราเข้าใจเธอจริง ๆ ถ้าผู้สร้างใส่ใจกับจุดนี้มากกว่านี้ หนังน่าจะดีขึ้นอีกเยอะ

ถ้าเคยดู Journey 2: The Mysterious Island ก็จะรู้สึกคุ้นเคยกับธีมน้ำท่วมและการหาทางหนีในพื้นที่จำกัด แต่ From the Ashes: The Pit เน้นไปที่ดราม่าและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมากกว่าแอ็คชั่นผจญภัย หนังเรื่องนี้คล้ายกับภาคแรกตรงที่มีจุดอ่อนเรื่องจังหวะและเมโลดราม่าเหมือนกัน แต่ก็ยังคงความสามารถในการสร้างบรรยากาศตึงเครียดที่ทำให้ผู้ชมอยากรู้ว่าตอนจบจะเป็นยังไง

From the Ashes: The Pit เป็นหนังที่แม้จะมีข้อบกพร่อง แต่ก็ยังสามารถสร้างความบันเทิงและให้ข้อคิดได้ในระดับหนึ่ง ถ้าชอบ หนัง Netflix แนวดราม่าระทึกขวัญ และไม่ได้คาดหวังอะไรมาก หนังเรื่องนี้ก็คุ้มค่าแก่การเปิดดูในวันที่อยากลุ้นเบา ๆ การแสดงที่ดีและธีมที่น่าสนใจช่วยชดเชยจุดอ่อนเรื่องจังหวะได้พอสมควร สำหรับใครที่ดูภาคแรกมาแล้วชอบ ก็ไม่ควรพลาดภาคนี้ แต่ถ้ายังไม่เคยดูภาคแรก แนะนำให้ไปดูก่อนเพื่อจะได้เข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครมากขึ้น มาแชร์ความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ว่ารู้สึกยังไงกับหนังเรื่องนี้ และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อน ๆ ที่ชอบหนังแนวเอาชีวิตรอดด้วยนะ!

  • ชื่อเรื่องในภาษาไทย: จากเถ้าถ่าน: นรกใต้ดิน
  • ประเภท: ดราม่า, ระทึกขวัญ, เอาชีวิตรอด
  • วันที่ออกฉาย: 22 มกราคม 2569
  • นักแสดงนำ: อาซีล มอร์ยา (Aseel Morya), เมาดี อับดุลลาห์ (Moudi Abdullah), อาซีล เซราจ (Aseel Seraj), วาฟา อัล-วาฟี (Wafa Al Wafi), อัดวา ฟาฮัด (Adwa Fahad)
  • ผู้กำกับ: อับดุลลาห์ บามัจบูร์ (Abdullah Bamajboor)
  • ประเทศ: ซาอุดีอาระเบีย
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix
Released
2026-01-21
Runtime
88 min
Status
Released
Movie ระทึกขวัญ หนังชีวิต Released
TMDB 4.3

เมื่อต้องติดอยู่ในหลุมใต้ดินท่ามกลางพายุ นักเรียน 3 คนจากโรงเรียนหญิงล้วนต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งส่วนตัว ขณะต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด

Stream on


นักแสดงนำ

Adwaa Fahad Siham Ghalib
Aseel Morya
Aisha Al Rifaie Marzouka
Aseel Seraj
وفاء وافي وفاء وافي Heba
Modi Abdullah
Asil Moria
Darin Al Bayed Darin Al Bayed Wedad

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button