เคล็ดลับเสริมดวง

รวมบทแผ่เมตตา แผ่กุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เสริมสิริมงคล!

ช่วงเวลาในชีวิตมนุษย์ สิ่งที่ปรารถนาอย่างมากก็คือ ความสุข ไม่ว่าจะกระทำสิ่งใด สิ่งที่หวังให้เกิดขึ้นตามมาคือความสุข แม้ความสุขของแต่ละบุคคลจะมีลักษณะหน้าตาและรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่า ความสุข จะมาในรูปแบบไหน เชื่อได้เลยว่าทุกคนเต็มใจรับมันอย่างแน่นอน  พุทธศาสนิกชนมองความสุข เป็นการได้รับมาถึงความอิ่มเอม ความสบายใจ สำคัญที่ความสุขของเราจะต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น แม้บางทีอาจจะเบียดเบียนผู้อื่นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือทำไปเพราะไม่รู้  ในคำสอนของพระพุทธเจ้าจึงสอนให้มนุษย์มีจิตใจเมตตาต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนมนุษย์ ที่รู้จักและไม่รู้จัก  สัตว์เดรัจฉาน เทพเทวา เจ้ากรรมนายเวร เพื่อให้ทุกสรรพชีวิตมีความสุขเสมอกันด้วยการ แผ่เมตตา

ความหมายการแผ่เมตตา

ความหมายการแผ่เมตตา
Vintage photo created by lifeforstock

เมตตา หมายถึง ความรัก ความปรารถนาดี ต้องการให้มีความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยปราศจากความอิจฉาริษยา และ หมายถึงความมีไมตรีจิตต่อกันด้วยความจริงใจฐานมิตร ดังนั้น การแผ่เมตตา คือ การส่งกระแสจิตของตนไปสู่ผู้อื่นทั้งที่เป็นเทวดา มนุษย์ และสัตว์ด้วยความหวังดีที่จะให้เขามีความสุข ได้รับความสมหวังในชีวิต เป็นการแสดงออกซึ่งน้ำใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมของผู้แผ่เมตตา

วิธีการแผ่เมตตา

วิธีการแผ่เมตตา
Background photo created by bedneyimages

ขั้นแรกผู้ปฏิบัติปล่อยวางอารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ในปัจจุบันทั้งหมดทิ้งไป ไม่ส่งกระแสจิตออกไปภายนอก ผ่อนคลายความฟุ้งซ่าน ความตึงเครียดทั้งหมดทิ้งไป ให้เหลือแต่ดวงจิตอันบริสุทธิ์ ที่มีปัญญา มีความรู้สึก เห็นการเกิด การดับ และนิ่งสงบ

เมื่อผู้ปฏิบัติธรรม สามารถรักษาจิตในเส้นทางมหาสติปัฏฐานสี่ เห็นการเกิด การดับไปเนือง ๆ ได้แล้ว  ศีล สมาธิ ปัญญา ย่อมเจริญขึ้นตามลำดับ จึงมีอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ สามารถน้อมจิตที่ฝึกดีแล้ว แผ่กระแสเห่งความสุข ความมีเมตตาไปให้แก่เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย

จากนั้นน้อมจิตถึงผลบุญกุศล คุณงามความดีทั้งหลายที่ตนเองเคยบ่มบารมีธรรมมา เป็นการบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยการปฏิบัติบูชา เป็นการบูชาอันสูงสุด น้อมกุศลเหล่านั้นเข้ามาไว้ในจิตเรา ให้แห่งเมตตาธรรม เปี่ยมอยู่ในดวงจิตจากจิต แผ่เมตตาออกมาให้ทั่วร่างกาย ร่างกายนี้เกิดจากพ่อแม่ กุศลใดที่ลูกได้ทำ ขอให้พ่อและแม่ มีส่วนด้วยตลอดเวลา

จากรอบ ๆ ร่างกาย แผ่ไปยังคนรอบข้าง แผ่ให้ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณทุก ๆ ท่าน คนในครอบครัว ญาติสนิท มิตรที่รัก รอบ ๆ สถานที่ที่เราอาศัยอยู่ค่อย ๆ แผ่กว้างออกไปยังเจ้ากรรมนายเวร  เทวดาทั้งหลาย จากนั้น นิ่งสักครู่หนึ่ง ถ้าต้องการออกจากการแผ่เมตตา  อย่ารีบลืมตา ให้ตั้งจิตภายในว่า กลับ จากนั้นประคองความรู้สึกที่จิตไว้  สูดลมหายใจเข้า-ออก 2-3 ครั้งอย่างนุ่มนวล แล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

การแผ่เมตตาจะต้องมีสมาธิก่อน มีพลังสูง ต้องมีเมตตาในตัวเองก่อน แล้วค่อยอุทิศจึงจะได้ผล ถ้าปราศจากเมตตา ขาดสติปัญญา ขาดความเชี่ยวชาญในการฝึกสมาธิ อย่าอุทิศ การแผ่เมตตาจะไม่ได้ผล

บทสวดแผ่เมตตา

รวมบทสวดแผ่เมตตาให้ตนเอง ให้เจ้ากรรม สรรพสัตว์ และทั่วไป บทแผ่ส่วนบุญส่วนกุศล สวดทุกวันช่วยจิตใจสงบ มีสติ ไม่ฟุ้งซ่าน คลายกังวลเรื่องต่าง ๆ

บทแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย

บทแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ

อัพพะยาปัชฌา โหนตุ

อะนีฆา โหนตุ

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

 สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น

จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ 

บทแผ่เมตตาให้ตนเอง

บทแผ่เมตตาให้ตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ 

อะหัง นิททุกโข โหมิ

อะหัง อะเวโร โหมิ

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ

ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้พันจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด

บทแผ่เมตตาพรหมวิหารสี่

บทแผ่เมตตาพรหมวิหารสี่

สัพเพ สัตตา 

สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น

อะเวรา โหนตุ 

จงเป็นผู้ไม่มีเวรแก่กันและกันเถิด

อัพยาปัชฌา โหนตุ

จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน

อะนีฆา โหนตุ 

จงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กาย ทุกข์ใจเถิด

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

จงเป็นผู้มีสุข พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

บทกรุณา

บทกรุณา

สัพเพ สัตตา 

สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น

สัพพะทุกขา ปะมุจจันตุ 

จงพ้นจากทุกข์เถิด

บทมุทิตา

บทมุทิตา

สัพเพ สัตตา 

สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น

มา ลัทธะสัมปัตติโต วิมุจจันตุ 

จงอย่าไปปราศจากสมบัติอันตนได้แล้วเถิด

บทอุเบกขา

บทอุเบกขา

สัพเพ สัตตา 

สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งสิ้น

กัมมัสสะกา 

เป็นผู้มีกรรมเป็นของของตน

กัมมะทายาทา 

เป็นผู้รับผลของกรรม

กัมมะโยนิ 

เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด

กัมมะพันธุ 

เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์

กัมมะปะฏิสะระณา 

เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

ยัง กัมมัง กะริสสันติ 

กระทำกรรมอันใดไว้

กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา 

ดีหรือชั่ว

ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ 

จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

บทแผ่ส่วนกุศล

บทแผ่ส่วนกุศล

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร 

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดา บิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดา บิดาของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย 

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา 

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา 

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี 

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา 

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ

พระพุทธเจ้าตรัสในพระบาลีอังคุตตรนิกายว่า ผู้ที่แผ่เมตตาเป็นประจำ ย่อมได้รับ อานิสงส์ 11 ประการ ดังนี้

  1. หลับเป็นสุข คือ หลับสบาย หลับสนิท
  2. ตื่นเป็นสุข คือเมื่อตื่นขึ้นมาก็สบายตัว สบายใจ หายอ่อนเพลีย ไม่มีอาการง่วงติดต่ออีก
  3. ไม่ฝันร้าย คือ จะไม่ฝันเห็นสิ่งเลวร้ายทำให้สะดุ้งตื่นกลางคัน หรือไม่ฝันหวาดเสียวต่าง ๆ
  4. เป็นที่รักของคนทั่วไป คือ จะเป็นคนมีเสน่ห์ ไปที่ใดก็ปราศจากศัตรูผู้คิดร้ายแม้ผู้ไม่ชอบใจก็จะกลับมาชอบได้
  5. เป็นที่รักของอมนุษย์ทั่วไป คือแม้สัตว์ต่าง ๆ ก็รักผู้แผ่เมตตา ไม่ขบกัด ไม่ทำร้ายทำให้ปลอดภัยจากเขี้ยวงาทุกชนิด
  6. เทวดารักษาคุ้มครอง คือ จะเดินทางไปไหนมาไหนเทวดาจะคุ้มครองให้ความปลอดภัยตลอดเวลา จะไม่ประสบอุปัทวภัยต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
  7. ไฟ ศาสตรา ยาพิษ ไม่แผ้วพาน คือสิ่งเหล่านี้จะทำอันตรายมิได้ จะปลอดภัยจากสิ่งเหล่านี้
  8. จิตเป็นสมาธิ (Meditation) เร็ว คือ ผู้แผ่เมตตาเป็นประจำ ถ้าทำสมาธิ จิตจะสงบนิ่งได้เร็ว หรือจะอ่านหนังสือจะทำงานอันใดก็ตาม จิตจะไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมตั้งใจได้เร็ว ทำงานนั้นสำเร็จสมประสงค์
  9. หน้าตาผิวพรรณจะผ่องใส คือผู้มีเมตตาจิตเป็นประจำ หน้าตาและผิวพรรณจะมีน้ำมีนวลมีเสน่ห์เรียกความสนใจได้ จะดูอิ่มเอิบตลอดเวลา แม้จะมีอายุมาก แม้รูปร่างจะไม่สวยงาม แม้จะไม่ได้รับการแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางใด ๆ หน้าตาผิวพรรณก็ผ่องใสน่าดูน่าชมได้เสมอ
  10. ไม่หลงเวลาตาย คือเวลาใกล้ตาย จะไม่หลงเพ้อ ละเมอ หรือโวยวายอย่างนั้นอย่างนี้หรือไม่ดิ้นทุรนทุรายเป็นที่น่าเวทนาของผู้พบ เห็น จะสิ้นใจอย่างสงบเหมือนนอนหลับไป ฉะนั้น
  11. เมื่อไม่อาจบรรลุธรรมชั้นสูง ย่อมเข้าถึงพรหมโลก คือ ผู้มีเมตตาจิตเป็นประจำแม้ไม่ได้บรรลุธรรมชั้นสูงขึ้นไปกว่านี้ ก็ย่อมจะไปบังเกิดในพรหมโลกอันเป็นที่เกิดของผู้ได้ฌาน

ดังนั้นผู้ที่อยากเป็นที่รักเคารพนับถือของผู้อื่น หรือหวังความสุข ความสงบ ความเยือกเย็นทางจิตใจจึงควรแผ่เมตตา สร้างเมตตาธรรมไว้ในใจ ดีกว่ามานั่งเดือดร้อนใจด้วยไฟโกรธ ไฟริษยาอาฆาต และดีกว่าจะมาเสียเวลาหาเมตตามหานิยมนะหน้าทอง เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ตัวเอง เพราะการปลูกต้นเมตตานี้ไม่ทำให้หนักตัวเพราะพกพาไปไม่ต้องกลัวหายและไม่ต้องกลัวถูกลักขโมย เพราะมีติดกายติดใจอยู่ตลอดเวลา

NaniTalk

Nanitalk.com เว็บไซต์ที่รวม ข่าวทันทุกเหตุการณ์ ข่าวไอที เรื่องน่าสนใจ ข่าวบันเทิง ข่าวต่างประเทศ BNK48 ข่าวโซเชียล ท่องเที่ยว สุขภาพ อาหาร วันสำคัญ ดวง เกม อีกมากมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Back to top button