ความรู้ Tech

5 เราเตอร์ไวไฟยี่ห้อไหนดี 2567 คุ้มค่าคุ้มราคาในตอนนี้!

ในยุคปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิต การมีเราเตอร์ไวไฟที่ดีจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อช่วยให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในบ้านของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เราเตอร์ไวไฟก็มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ หลายรุ่น หลายราคา การเลือกเราเตอร์ไวไฟจึงอาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน

บทความนี้จึงจะมาแนะนำ 5 เราเตอร์ไวไฟยี่ห้อไหนดี 2567 คุ้มค่าคุ้มราคาในตอนนี้! โดยเราได้รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและผู้บริโภคจริง เพื่อให้คุณสามารถเลือกเราเตอร์ไวไฟที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด

เราเตอร์ (Router)

เราเตอร์ (Router) คือ เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่หาเส้นทางและส่ง (forward) แพ็กเกตข้อมูลระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไปยังเครือข่ายปลายทางที่ต้องการ เราเตอร์ทำงานบนเลเยอร์ที่ 3 ตามมาตรฐานของ OSI Model เราเตอร์มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับ สวิตช์ (Switch) ที่มีความสามารถแจกไอพี ได้

เราเตอร์เชื่อมต่อเข้ากับสองเส้นทางหรือมากกว่าจากเครือข่ายที่แตกต่างกัน เมื่อแพ็คเก็ตข้อมูลเข้ามาจากเส้นทางหนึ่ง เราเตอร์จะอ่านข้อมูล Address ที่อยู่ในแพ็คเก็ตเพื่อค้นหาปลายทางสุดท้าย จากนั้น ด้วยข้อมูลในตารางเส้นทางหรือนโยบายการส่ง จะส่งแพ็กเก็ตไปยังเครือข่ายข้างหน้าตามเส้นทางนั้น เราเตอร์จะดำเนินการ กำกับการจราจร บนเส้นทางนั้นด้วย แพ็คเก็ตข้อมูลโดยทั่วไปจะถูกส่งจากเราเตอร์หนึ่งไปยังอีกเราเตอร์หนึ่งผ่านเครือข่ายที่เป็น Internetwork จนกว่าจะถึงโหนดปลายทาง

เราเตอร์ยี่ห้อไหนดี

ถ้าคุณต้องการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย Wi-Fi ให้ได้ดีที่สุด คุณต้องเลือกเราเตอร์ที่ดีที่สุดเพื่อที่จะได้ความเร็วอินเตอร์เน็ตที่เร็วและเสถียร

1. ASUS RT-AX88U

เราเตอร์ (Router) ไวไฟ ASUS RT AX88U

ยกให้เป็นราชาแห่งความแรง! ASUS RT-AX88U มาพร้อมเทคโนโลยี Wi-Fi 6 AX6000 ให้ความเร็วทะลุฟ้า เหมาะสำหรับคอเกมส์ สตรีมเมอร์ และผู้ที่เน้นการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ จุดเด่นคือ CPU Quad-core 1.8 GHz, RAM 1 GB, รองรับ MU-MIMO และ Beamforming ช่วยให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันหลายตัวโดยไม่ลดทอนความเร็ว นอกจากนี้ยังมีระบบ AiMesh สำหรับบ้านหลังใหญ่ที่ต้องการ Mesh Wi-Fi

2. TP-Link Deco X60

เราเตอร์ (Router) ไวไฟ TP Link Deco X60

ตอบโจทย์บ้านหลังใหญ่หรือมีพื้นที่ซับซ้อนด้วย Mesh Wi-Fi System อย่าง TP-Link Deco X60 ชุด 2 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 2,000 ตารางเมตร จุดเด่นคือการติดตั้งง่าย บริหารจัดการผ่านแอปพลิเคชัน และ seamless roaming ที่สลับสัญญาณระหว่างจุดเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีอุปกรณ์จำนวนมาก

3. Tenda AC18 AC1900

เราเตอร์ (Router) ไวไฟ Tenda AC18 AC1900

ใครเน้นราคาคุ้มค่าแต่ประสิทธิภาพเกินคาด ต้องลอง Tenda AC1900 เราเตอร์ AC1900 แบบ Dual-Band ให้ความเร็วสูงสุด 1,900 Mbps เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเกมส์ ดูหนังออนไลน์ และทำงานจากบ้านได้อย่างลื่นไหล จุดเด่นคือราคาประหยัด รองรับ Beamforming และมีระบบควบคุมความเร็ว (Bandwidth Management)

4. Xiaomi AX3000

เราเตอร์ (Router) ไวไฟ Xiaomi AX3000

สายมินิมอลลิสต์ต้องถูกใจ Xiaomi AX3000 ดีไซน์เรียบหรู มาพร้อมเทคโนโลยี Wi-Fi 6 AX3000 ให้ความเร็วสูง รองรับ MU-MIMO และ Beamforming จุดเด่นคือราคาไม่แพง บริหารจัดการผ่านแอปพลิเคชัน Mi Home และฟังก์ชั่น Mesh Wi-Fi ที่สามารถเพิ่มจุดเชื่อมต่อได้ในอนาคต

5. Linksys Velop MX5

เราเตอร์ (Router) ไวไฟ Linksys Velop MX5

สำหรับบ้านขนาดใหญ่ที่เน้นความครอบคลุม Linksys Velop MX5 เป็นตัวเลือกที่ดี Mesh Wi-Fi System แบบ Tri-Band ให้ความเร็วสูง รองรับ MU-MIMO และ Beamforming จุดเด่นคือการติดตั้งง่าย บริหารจัดการผ่านแอปพลิเคชัน และ Seamless roaming ที่สลับสัญญาณได้อย่างราบรื่น

ตารางเปรียบเทียบเราเตอร์ไวไฟ 5 ยี่ห้อ

ยี่ห้อ/รุ่นเทคโนโลยี Wi-Fiความเร็วสูงสุดจำนวนแบนด์จุดเด่นราคาโดยประมาณ (บาท)
ASUS RT-AX88UWi-Fi 6 AX60006000 MbpsDual-BandCPU แรง, RAM 1 GB, AiMesh11,900
TP-Link Deco X60Mesh Wi-Fi (ชุด 2 ตัว)1200 Mbps (ต่อตัว)Dual-Bandติดตั้งง่าย, บริหารจัดการผ่านแอป, Seamless roaming8,890
Tenda AC1900AC19001900 MbpsDual-Bandราคาประหยัด, Beamforming, Bandwidth Management3,090
Xiaomi AX3000Wi-Fi 6 AX30003000 MbpsDual-Bandดีไซน์สวย, บริหารจัดการผ่าน Mi Home, Mesh Wi-Fi (เสริม)1,999
Linksys Velop MX5Mesh Wi-Fi (ชุด 2 ตัว)1800 Mbps (ต่อตัว)Tri-Bandติดตั้งง่าย, บริหารจัดการผ่านแอป, Seamless roaming9,990
หมายเหตุ: ราคาอาจแตกต่างกันตามร้านค้าและโปรโมชั่น

เคล็ดลับเลือกซื้อเราเตอร์ไวไฟให้เหมาะกับบ้าน

นอกจากคุณสมบัติของแต่ละยี่ห้อแล้ว ก่อนตัดสินใจซื้อ อย่าลืมพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ด้วย:

  • พื้นที่ใช้งานของบ้าน: บ้านขนาดเล็กอาจไม่จำเป็นต้องใช้ Mesh Wi-Fi แต่ถ้าบ้านมีหลายชั้นหรือพื้นที่ซับซ้อน ควรเลือกเราเตอร์ที่มีสัญญาณแรงหรือระบบ Mesh Wi-Fi
  • จำนวนผู้ใช้งาน: หากมีผู้ใช้อุปกรณ์จำนวนมาก ควรเลือกเราเตอร์ที่รองรับ MU-MIMO และ Beamforming เพื่อให้ทุกคนเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างลื่นไหล
  • ความเร็วอินเทอร์เน็ต: เลือกเราเตอร์ที่มีความเร็วรองรับกับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่คุณใช้

นอกจากยี่ห้อที่แนะนำไป ยังมีอีกหลายแบรนด์และรุ่นในท้องตลาด อย่าลืมศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจ

ขอให้คุณเลือกเราเตอร์ไวไฟที่ใช่สำหรับบ้านของคุณ และสัมผัสประสบการณ์อินเทอร์เน็ตเร็วแรงแรง ไร้กังวล!

อ่านต่อ

NaniTalk S.

เป็นนักเขียนที่ขยันขันแข็งและมุ่งมั่นที่จะผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ เรียนรู้และเติบโตอยู่เสมอ เชื่อว่าเนื้อหาที่ดีสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button