How To

วิธีสังเกตคนเป็นเอดส์ อาการของคนเป็นเอดส์

วิธีสังเกตคนเป็นเอดส์ โรคเอดส์ เป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ย่อมาจากคำว่า (Human Immunodeficiency Virus) เป็นเชื้อไวรัสซึ่งในขณะที่โรคเอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome) จะเป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ถูกเชื้อไวรัสทำลายไปแล้ว

วิธีสังเกตคนเป็นเอดส์

วิธีสังเกตคนเป็นเอดส์

หากเราจะสังเกตคนที่เป็นเอดส์อาจจะทำได้ยาก บางครั้งก็เป็นอาการที่ต้องได้ยินจากผู้ป่วยเอง อาการที่ดูออกง่าย ๆ นั่นก็คือโรคการติดเชื้อฉวยโอกาส อาจจะมีอยู่หลากหลายชนิด เช่น อาการไข้เรื้อรังไอเป็นเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ วัณโรค และอาการปวดหัวอย่างรุนแรง เป็นต้น

อาการของคนเป็นเอดส์

อาการของคนเป็นเอดส์

มีความเหนื่อยมาก

สังเกตว่าตัวเองมีความเหนื่อยมาก โดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งอาการเหนื่อยล้า อาจจะเป็นสัญญาณ ของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ แต่นั่นก็อาจจะเป็น อาการของคนที่ติดเชื้อเอชไอวีหลาย ๆ คนประสบ หากว่าคุณรู้สึกถึงอาการนี้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ต้องตกใจอะไร แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่คุณควรที่จะหาสาเหตุเช่นกัน ซึ่งอาการเหนื่อยล้าอย่างรุนแรงจะแตกต่างกับความรู้สึกง่วงนอนเฉย ๆ หากว่าคุณรู้สึกเหนื่อยอยู่ตลอดเวลาแม้พึ่งจะนอนมาเต็มอิ่มหรือเปล่า ถ้าอาการเหล่านี้ยังคงอยู่หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน คุณควรไป ตรวจเพื่อหาความแน่ใจว่าไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวี

มีไข้หรือมีเหงื่อออกมาก

สังเกตว่ามีไข้หรือมีเหงื่อออกมาก ในตอนกลางคืนหรือไม่ เพราะอาการเหล่านี้ มักจะเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้น ของการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะเป็นระยะของการติดเชื้อเริ่มแรก หรือระยะเฉียบพลัน หลาย ๆ คนอาจจะไม่มีอาการเหล่านี้ แต่บางคน ก็จะมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น หลังจากติดเชื้อเอชไอวีแล้ว 2-4 สัปดาห์

ต่อมที่คอ รักแร้

สังเกตว่าต่อมที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบนั้นบวมหรือไม่ หากต่อมน้ำเหลือง มีการบวมจะเป็นการตอบสนอง ต่อการติดเชื้อของร่างกาย ซึ่งคนที่ติดเชื้อเอชไอวี ในช่วงแรกนั้น จะไม่ได้มีอาการนี้ทุกคน แต่ในกลุ่มคนที่มีอาการเหล่านี้ มักจะมีอาการต่อมน้ำเหลือง บวมรวมอยู่ด้วย

คลื่นไส้ อาเจียน

สังเกตว่ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียหรือไม่ อาการเหล่านี้ถึงแม้ว่า จะเป็นอาการร่วมของไข้หวัดใหญ่ แต่ก็อาจจะเป็นสัญญาณเตือน ของการติดเชื้อเอชไอวีในระยะเริ่มแรกได้เช่นกัน เพราะถ้าอาการเหล่านี้คงอยู่เป็นเวลานาน ควรที่จะรีบเข้ารับการตรวจโดยเร็ว

แผลเปื่อยตามบริเวณปาก

สังเกตว่ามีแผลเปื่อยตามบริเวณปาก หรืออวัยวะเพศหรือไม่ เพราะถ้าคุณมีแผลเปื่อย ตามบริเวณปากควบคู่ไปกับอาการอื่น ๆ ข้างต้น โดยเฉพาะถ้าปกติแล้ว หากคุณไม่ค่อยได้เป็นแผลเปื่อย ๆ ที่บริเวณปากสักเท่าไหร่ นี่ก็อาจจะเป็นสัญญาณ ของการติดเชื้อเอชไอวีขั้นต้นได้ การเป็นแผลเปื่อยที่อวัยวะเพศ ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณอาจติดเชื้อเอชไอวีได้เช่นกัน

เอชไอวีต่างจากโรคเอดส์อย่างไร

เอชไอวีต่างจากโรคเอดส์อย่างไร

ระยะติดเชื้อปฐมภูมิ

ระยะตั้งต้นเมื่อติดเชื้อไวรัสใหม่ ๆ หรือ ระยะติดเชื้อปฐมภูมิ อาการผิดปกติของผู้ป่วยในระยะแรกนี้จะมีน้อย และสามารถหายไปเองได้ในเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์ ได้แก่ เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มี ไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย น้ำหนักลดเล็กน้อย ถ่ายอุจจาระเหลว ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับอาการของ โรคไข้หวัดใหญ่ ทำให้วินิจฉัยถูกต้องได้ยาก ระยะแรกนี้ยังไม่เรียกว่า โรคเอดส์ (Primary infection) เป็นระยะที่ไวรัสเข้าไปใน “ทีเซลล์” และทำให้เซลล์เหล่านี้ตายเป็นจำนวนมาก ทำให้ “ทีเซลล์” ในเลือดลดจำนวนลง เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต้านทานที่สร้างแอนติบอดี ให้สร้างแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัสขึ้นมาภายในเวลา 3 ถึง 7 สัปดาห์ หลังจากติดเชื้อ ซึ่งแอนติบอดีนี้สามารถตรวจพบได้จากเลือด และเป็นสิ่งที่ใช้ในการวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่ชัดเจนมาก

ระยะติดเชื้อเรื้อรัง

ระยะติดเชื้อเรื้อรัง การติดเชื้อฉวยโอกาส อย่างรุนแรง ผู้ติดเชื้ออาจจะมีเชื้อราขึ้นที่ลิ้น หรือมี วัณโรค ปอดกำเริบ โรคเริม หรือโรคงูสวัด เกิดขึ้นได้ แต่อาการมักไม่รุนแรงมาก และมักจะรักษาโรคเหล่านี้ได้ผล ระยะนี้ของโรคก็ยังไม่เรียกโรคเอดส์ เช่นกัน (Chronic infection) หรือระยะสงบทางคลินิก (Clinical latency) ระยะนี้ เชื้อไวรัสจะเข้าไปอยู่ในต่อมน้ำเหลือง และในม้าม และจะแบ่งตัวเพิ่มปริมาณในอวัยวะทั้งสองนี้เป็นส่วนใหญ่ ปริมาณของ CD 4 positive T-cell ในเลือด จะค่อย ๆ ลดจำนวนลงอย่างช้า ๆ ระบบภูมิคุ้ม กันต้านทานโรคของร่างกาย จะไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้ เพราะ CD 4 positive T-cell จะลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ระยะนี้ส่วนใหญ่จะกินเวลานาน 7-10 ปี โดยที่ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน นอกจากนั้นการได้รับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอจะเป็นการทำให้ผู้ติดเชื้อมีชีวิตอยู่ในระยะนี้ได้ยาวนานยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนสมัยที่ยังไม่มีการค้นพบยาต้านเชื้อไวรัส ซึ่งในระยะนี้ เซลล์ CD 4 positive T-cell ยังไม่ต่ำมากจนเป็นสาเหตุ

โรคเอดส์

ระยะที่เป็นโรคเอดส์ ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเหลวเป็นประจำ ปริมาณของ CD 4 positive T-cell จะต่ำมาก ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 200 เซลล์ต่อไมโครลิตร และจะมีการติดเชื้อฉวยโอกาส ในอวัยวะสำคัญอย่างรุนแรง เช่น ปอด มีอาการทางสมอง และมีมะเร็งชนิดต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ ที่พบบ่อย คือ โรคมะเร็งคาโปซิซาร์โคมา (Kaposi sarcoma) และโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะนี้เป็นระยะที่ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายถูกทำลายเกือบทั้งหมดโดยเชื้อไวรัสนี้ ปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยจะมีไข้เรื้อรังนานเป็นเดือน ๆ อ่อนเพลียมาก น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

สรุป

ระยะที่ 1 และ 2 ของการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ยังไม่เรียกว่าเป็นโรคเอดส์ เราจะเรียกระยะที่ 3 ของโรคว่าเป็นโรคเอดส์เท่านั้น

NaniTalk

Nanitalk.com เว็บไซต์ที่รวม ข่าวทันทุกเหตุการณ์ ข่าวไอที เรื่องน่าสนใจ ข่าวบันเทิง ข่าวต่างประเทศ BNK48 ข่าวโซเชียล ท่องเที่ยว สุขภาพ อาหาร วันสำคัญ ดวง เกม อีกมากมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ Analytics

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า