เรื่องน่าสนใจ

ทำไมอากาศร้อนค่าไฟแพง? หน้าร้อน ปรับพฤติกรรม ประหยัดได้!

ช่วงหน้าร้อนที่แดดแรง อากาศร้อนอบอ้าว หลายบ้านต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ (แอร์) เพื่อคลายร้อน สร้างความเย็นสบายภายในบ้าน แต่พอสิ้นเดือน เจอค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ

Advertisement

บทความชุดนี้จะมาไขข้อสงสัยว่า ทำไมอากาศร้อนถึงทำให้ค่าไฟแพง? มีสาเหตุอะไรบ้าง และเราสามารถประหยัดค่าไฟฟ้า หน้าร้อนได้อย่างไร? มาหาคำตอบ พร้อมเคล็ดลับดีๆ กันเลย

ทำไมอากาศร้อนค่าไฟแพง?

หน้าร้อนนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้แอร์ของคุณทำงานหนักขึ้น กินไฟมากขึ้น ส่งผลต่อค่าไฟที่พุ่งสูงตามไปด้วย เพจกระทรวงพลังงานได้มีการแชร์ข้อมูลและภาพจากการไฟฟ้านครหลวง เปรียบเทียบการทำงานของแอร์กับค่าไฟที่แตกต่างกันเมื่อเปิดแอร์ในอุณหภูมิภายนอกที่ต่างกัน ลองดูตัวอย่างการเปิดแอร์ขนาด 12,000 BTU ที่อุณหภูมิ 26 °C

ทำไมอากาศร้อนค่าไฟแพง?

อุณหภูมิภายนอก 35°C

  • เปิดแอร์ 1 ชั่วโมง จะใช้ไฟชั่วโมงละ 0.69 หน่วย
    • คิดเป็นเงิน 2.69 บาท/ชั่วโมง
  • เปิดแอร์ 8 ชั่วโมง/วัน ใช้ไฟ 5.52 หน่วย/วัน
    • คิดเป็นเงิน 21.52 บาท/วัน
    • ค่าไฟต่อเดือน (30 วัน) จะอยู่ที่ 645.60 บาท

อุณหภูมิภายนอก 41°C

  • เปิดแอร์ 1 ชั่วโมง จะใช้ไฟชั่วโมงละ 0.79 หน่วย
    • คิดเป็นเงิน 3.08 บาท/ชั่วโมง
  • เปิดแอร์ 8 ชั่วโมง/วัน ใช้ไฟ 6.32 หน่วย/วัน
    • คิดเป็นเงิน 24.64 บาท/วัน
    • ค่าไฟต่อเดือน (30 วัน) อยู่ที่ 739.20 บาท

เห็นได้ชัดว่า อุณหภูมิภายนอกที่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้น เพื่อให้ค่าไฟไม่พุ่งสูงเกินไป นอกจากจะปรับแอร์ที่อุณหภูมิ 26 °C แล้ว อาจลองวิธีต่อไปนี้

  • เปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น
  • ปิดม่านบังแสงแดด
  • ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งาน
  • ล้างแอร์เป็นประจำ

เพียงเท่านี้ ช่วยให้แอร์ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ประหยัดไฟ และค่าไฟก็ไม่พุ่งสูงเกินไป

หน้าร้อนนี้ทำไมค่าไฟถึงแพงขึ้น?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมในช่วงหน้าร้อนค่าไฟฟ้าถึงแพงขึ้น มีหลายสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟในช่วงนี้สูงขึ้น ซึ่งรวมถึง:

การใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้น

เนื่องจากอากาศร้อนจัด ทำให้ทุกคนต้องใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมาก จึงส่งผลให้ค่าไฟในบ้านสูงขึ้นตามไปด้วย

การใช้พัดลมมากขึ้น

นอกจากเครื่องปรับอากาศแล้ว การใช้พัดลมก็เพิ่มมากขึ้นในหน้าร้อนเช่นกัน ซึ่งถึงแม้จะกินไฟน้อยกว่าเครื่องปรับอากาศ แต่การใช้งานเป็นเวลานานก็ส่งผลให้ค่าไฟสูงขึ้นได้

ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ประหยัดค่าไฟ

แม้หน้าร้อนจะทำให้ค่าไฟสูงขึ้นตามธรรมชาติ แต่เรายังสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อช่วยประหยัดค่าไฟได้ ดังนี้:

ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25-27 องศา

การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในช่วง 25-27 องศาเซลเซียส จะช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงานได้มากกว่าการตั้งอุณหภูมิต่ำกว่านั้น

เปิดพัดลมควบคู่กับเครื่องปรับอากาศ

การเปิดพัดลมควบคู่กับเครื่องปรับอากาศจะช่วยให้อากาศเย็นกระจายได้ดีขึ้น ทำให้สามารถตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศสูงขึ้นได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้

ปิดเครื่องปรับอากาศและพัดลมเมื่อออกจากบ้าน

การปิดเครื่องปรับอากาศและพัดลมเมื่อไม่มีคนอยู่บ้าน จะช่วยประหยัดค่าไฟได้มาก เพราะไม่มีความจำเป็นต้องเปิดเครื่องไว้

หมั่นทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ

การดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศให้สะอาดอยู่เสมอ จะช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงานมากขึ้น

สรุป

หน้าร้อนเป็นช่วงเวลาที่ค่าไฟมักจะสูงขึ้น เนื่องจากการใช้เครื่องปรับอากาศและพัดลมมากขึ้น แต่เราก็สามารถปรับพฤติกรรมเพื่อประหยัดค่าไฟได้ ด้วยการตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสม เปิดพัดลมควบคู่กับเครื่องปรับอากาศ ปิดเครื่องเมื่อไม่ได้ใช้งาน และหมั่นทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟได้มากในหน้าร้อนนี้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

Advertisement

อ่านต่อ
Advertisement

NaniTalk S.

เป็นนักเขียนที่ขยันขันแข็งและมุ่งมั่นที่จะผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ เรียนรู้และเติบโตอยู่เสมอ เชื่อว่าเนื้อหาที่ดีสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button