ดวง

ฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ตั้งศาลพระภูมิอย่างไรให้ถูกหลัก

ศาลพระภูมิ มีที่มาจากการผสมผสานกันระหว่างศาสต์ด้านศาสนา พิธีกรรม และความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู ซึ่งมุ่งเน้นไปทางด้านการนับถือเทพเจ้า แม้ประเทศไทยเราจะนับถือศาสนาพุทธ แต่อิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู ก็มีเข้ามาอย่างแพร่หลาย

ศาลพระภูมิ

ศาลพระภูมิ

ตามธรรมเนียมไทย บ้านทุกหลังจะต้องมีศาลพระภูมิ หลังจากทำพิธีปลูกเรือนเสร็จ ก็จะทำพิธียกศาลพระภูมิด้วย ทั้งนี้เพราะถือกันว่า พระภูมิเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านเป็นเทวาอารักษ์ ผู้คอยปกปักรักษาคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง โดยผู้เป็นเจ้าของบ้าน จะต้องทำการเซ่นสรวงบูชาด้วยความเคารพ พระภูมิจึงจะให้ความคุ้มครอง แต่หากกระทำในสิ่งตรงกันข้ามคือไม่ให้ความเคารพและเซ่นสรวงบูชา พระภูมิก็อาจจะให้โทษ โดยดลบันดาลให้เกิดทุกข์ภัยได้เช่นกัน

ก่อนตั้งศาลพระภูมิ

ก่อนจะตั้งศาลพระภูมิ ต้องเชิญหมอตั้งศาลไปดูสถานที่เสียก่อน ไม่ใช่ว่านึกจะตั้งตรงไหนก็ตั้งได้ตามอำเภอใจ หมอต้องไปดูสถานที่ว่าสะอาดหรือเปล่า มีอะไรกีดขวางหรือเปล่า ต้องไม่ให้อยู่ใกล้ส้วมหรือห้องน้ำจนเกินไป และอย่าหันหน้าศาลไปทางส้วมหรือห้องน้ำเด็ดขาด ต้องให้ห่างออกมาจากตัวบ้านพอสมควรจะเป็นการดี ถ้าบ้านหลายชั้นจะยิ่งตั้งลำบากมาก ในบริเวณสถานที่จำกัดมาก เคหะตึกแถวหรือทาวน์เฮ้าส์ ยิ่งจะหาที่ตั้งกันลำบากมากขึ้นเพราะสถานที่แคบเกินไป

หากเป็นศาลพระภูมิหรือศาลเจ้าที่ ต้องตั้งในพื้นดิน ห้ามขึ้นบนบ้านหรือบนตึกเป็นอันขาด ศาลพระภูมิจะมีเสาต้นเดียว ศาลเจ้าที่มีเสา 4 ต้น

สถานที่ที่ตั้งศาลพระภูมิ

  1. ที่ตั้งศาลต้องเป็นบริเวณพื้นดิน มิใช่บริเวณเดียวกับพื้นของตัวบ้าน
  2. หากไม่มีพื้นที่ที่เป็นพื้นดิน สามารถทำการตั้งศาลบนชั้นดาดฟ้าได้ แต่ส่วนใหญ่ศาลที่ตั้งบนดาดฟ้าจะเป็นศาลเทพต่าง ๆ เช่นพระพรหม หรือ พระนารายณ์ มิใช่พระภูมิเจ้าที่
  3. จุดที่ตั้งของศาลต้องไม่ถูกเงาของตัวบ้านทอดลงมาทับ
  4. ที่ตั้งของศาลควรอยู่ห่างจากบริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
  5. อย่าตั้งศาลให้อยู่ใกล้กับตัวบ้านมากนัก
  6. อย่าหันหน้าศาลเข้าสู่บริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
  7. ไม่ควรตั้งศาลให้หันหน้าตรงกับประตูหน้าบ้าน
  8. ตั้งศาลให้ห่างจากรั้วหรือกำแพงบ้านอย่างน้อย 1 เมตร
  9. ถ้าสามารถยกพื้นที่ตั้งศาลให้สูงขึ้นสัก 1 คืบ จากพื้นดินได้ ก็เหมาะสมอย่างยิ่ง
  10. ความสูงของศาล ควรสูงเหนือระดับสายตาของผู้เป็นเจ้าของบ้านขึ้นไปเล็กน้อย

การหันหน้าศาลพระภูมิสู่ทิศมงคล

  1. ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ทิศอีสาน เป็นทิศที่ดีที่สุดหากตั้งศาลหันไปทิศนี้บ้านนั้นจะมีความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป
  2. ทิศตะวันออก หรือ ทิศบูรพา เป็นทิศที่ดีอันดับ 2 หากตั้งศาลหันไปทิศนี้บ้านนั้นจะมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ประมาณ 100 ปี หลังจากนั้น จะมีแต่เสื่อมลง ๆ จนถึงขั้นหาความสุขความเจริญไม่ได้
  3. ทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ทิศอาคเณย์ เป็นทิศที่ดีอันดับ 3 หากตั้งศาลหันไปทิศนี้บ้านนั้นจะมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ประมาณ 50 ปี หลังจากนั้น จะมีแต่เสื่อมลง ๆ จนถึงขั้นหาความสุขความเจริญไม่ได้

ทิศต้องห้ามในการตั้งศาลพระภูมิ คือ ทิศตะวันตกและทิศใต้

เมื่อหาทิศทางตั้งศาลได้แล้วจะต้องพูนดินให้สูง 1 คืบ เกลี่ยดินด้วยมือและทุบให้แน่น ห้ามใช้เท้าเด็ดขาด และเตรียมน้ำมนต์ไว้พรมบริเวณพื้นดินเพื่อขับไล่ภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ น้ำมนต์ที่ว่านี้เรียกว่า “น้ำมนต์ธรณีสาร” น้ำมนต์ธรณีสารนี้ ทำได้โดยนำน้ำธรรมดาไปให้พระท่านสวดพระพุทธมนต์ทำเหมือนน้ำมนต์ทั่วไปแต่ต่างกัน ตรงที่ให้ท่านนำใบไม้ต้นธรณีสารมาใส่ลงในน้ำที่จะทำน้ำมนต์

ฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ

ฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ

มีความสำคัญมาก ควรเลือกวันที่ดีและมีความเป็นสิริมงคลเพื่อให้ประสิทธิ์ผลในทางมงคล แก่ผู้อยู่อาศัยในบ้านเรือนนั้นสืบต่อไป วันต่อไปนี้ถือเป็นวันที่เป็นมงคลฤกษ์

วันข้างขึ้นวันข้างแรม
2 ค่ำ2 ค่ำ
4 ค่ำ4 ค่ำ
6 ค่ำ6 ค่ำ
9 ค่ำ9 ค่ำ
11 ค่ำ11 ค่ำ

แต่ถ้าวันข้างขึ้น หรือข้างแรมดังกล่าวไปตรงกับวันต้องห้าม ของเดือนใด ให้เลี่ยงไปใช้วันอื่นเสีย

เวลาฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ

วันเวลา
จันทร์08.29 น. – 10.39 น.
อังคาร06.39 น. – 08.09 น.
วันพุธ08.39 น. – 10.19 น.
พฤหัสบดี10.49 น. – 11.39 น.
ศุกร์06.19 น. – 08.09 น.
เสาร์08.49 น. – 10.49 น.
อาทิตย์06.09 น. – 08.19 น.

วันต้องห้ามตั้งศาลพระภูมิ

เดือนวันต้องห้าม
เดือนอ้าย (ธันวาคม)วันพฤหัสบดี ,วันเสาร์
เดือนยี่ (มกราคม)วันพุธ ,วันศุกร์
เดือน 3 (กุมภาพันธ์)วันอังคาร
เดือน 4 (มีนาคม)วันจันทร์
เดือน 5 (เมษายน)วันพฤหัสบดี ,วันเสาร์
เดือน 6 (พฤษภาคม)วันพุธ ,วันศุกร์
เดือน 7 (มิถุนายน)วันอังคาร
เดือน 8 (กรกฎาคม)วันจันทร์
เดือน 9 (สิงหาคม)วันพฤหัสบดี ,วันเสาร์
เดือน 10 (กันยายน)วันพุธ ,วันศุกร์
เดือน 11 (ตุลาคม)วันอังคาร
เดือน 12 (พฤศจิกายน)วันจันทร์
ศาลพระภูมิสีอะไรดี

ศาลพระภูมิสีอะไรดี

ตามหลักฮวงจุ้ยนั้น ตัวศาลถือว่าเป็นธาตุไฟ ซึ่งสีของธาตุไฟนั้นทางฮวงจุ้ยกำหนดให้เป็นสีแดง แต่ในความเป็นจริงแล้วตัวศาลพระภูมินั้น มีลักษณะของธาตุต่าง ๆ รวมกันดังนี้ ควรมีสีขาวเป็นพื้นจะตัดด้วยสีทอง และสีแดงจะมีสีน้ำเงิน สีฟ้าตัดขอบเล่นลายบ้างเล็กน้อย

สีที่ไม่ดีกับศาลทุกชนิด คือ สีน้ำเงิน สีฟ้า และสีดำ เพราะว่า สีทั้ง 3 นี้ถือว่า เป็นสีของธาตุน้ำ ซึ่งจะพิฆาตกับธาตุไฟ ทำให้ขาดพลังในการส่งเสริม ถ้าใช้สีทั้ง 3 สีนี้ เป็นเพียงสีตัดลายก็ยังไม่เท่าไร แต่ถ้านำมาเป็น พื้นหลักทั้งตัวศาล เลยนั้นตามหลักฮวงจุ้ย ถือว่าผิดไม่เป็นมงคลกับตัวศาล

ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ ต่างกันอย่างไร

ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ ต่างกันอย่างไร

ศาลต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในสังคมไทยนั้น บรรดาศาลที่มีความใกล้ชิดกับผู้คนอย่างเรามากที่สุดก็จะเป็น ศาลพระพรหม ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ ศาลตายาย เป็นต้น เเล้วมีข้อสังเกตศาลเหล่านี้อย่างไร ?

ศาลพระภูมิ

เป็นแท่นบูชาอย่างหนึ่ง สำหรับให้วิญญาณ พระภูมิเจ้าที่ หรือเทวดา ได้อยู่อาศัย พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา มีลักษณะเป็นบ้านหรือวิหารหลังเล็กตั้งอยู่บนเสาเดี่ยวหรือปะรำทำจากปูนหรือ ไม้ เป็นต้น ตั้งไว้ในจุดที่เป็นมงคลตามความเชื่อ จุดที่เป็นมงคลนี้ถูกกำหนดโดยพราหมณ์ ซึ่งมักจะอยู่ริมรั้วหรือมุมหนึ่งนอกบ้าน และบ้านหนึ่งก็อาจมีศาลพระภูมิมากกว่าหนึ่งหลัง ศาลพระภูมิมีเสาเดียว มีการตั้งเชิญที่ถูกต้อง ในความเชื่อเรื่องพระภูมิถือว่าจะต้องบวงสรวงท้าวมหาราชทั้งสี่ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพื้นที่บนโลกและจะส่งพระภูมิเทวามาอยู่ที่ศาลพระภูมิ ก็จะคุ้มครองดูแลผู้พักอาศัยในบ้าน (ท้าวมหาราชทั้งสี่คือ “ท้าวธตรฐ” มีพวกคนธรรพ์ เป็นบริวาร, ท้าววิรุฬหกะ มีกุมภัณฑเทวดาเป็นบริวาร, “ท้าววิรูปักษ์” มีพวกนาคเป็นบริวาร, “ท้าวเวสวัณหรือท้าวเวสสุวัณ” มีพวกยักษ์ เป็นบริวาร)

ศาลเจ้าที่

ที่มามักจะเป็นวิญญาณที่ปกปักษ์รักษาบ้านเรือนต่าง ๆ เช่น บรรพบุรุษ เจ้าของที่ดิน เจ้าที่เจ้าทาง ลักษณะส่วนใหญ่จะเป็นเรือนไทยจำลองแบบบ้าน มี เสา 4 เสา หรือ 6 เสา การสักการะศาลพระภูมิ เเละศาลตา-ยาย เป็นการสักการะด้วย พวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องสังเวย ให้พระชัยมงคล ในศาลพระภูมิ กับวิญญาณที่สถิตอยู่ในศาลตา-ยาย ซึ่งมักจะทำก่อนพิธีกรรมหรือตามความเชื่อศรัทธาของบ้านนั้น ๆ

ศาลพระพรหม

ตั้งขึ้นตามคติความเชื่อแบบฮินดูปนไทยเราเอง ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ เรื่องของผู้ประกอบพิธีและรูปแบบพิธี กำหนดขึ้นตามจินตนาการของไทยว่าควรทำอย่างไร
เพราะผู้ประกอบพิธี “ส่วนใหญ่” ก็เป็นพราหมณ์สมมุติ ไม่ใช่คนในวรรณะพราหมณ์ที่ถือบวช และรู้คัมภีร์พระเวทอย่างแท้จริง นับเป็นเทพทางฮินดูโดยตรง แต่บางแห่งก็เชื่อถือแบบคลุม เครือเจือคติของ “พรหม” ในแบบพุทธผสมเข้าไปด้วย

ศาลตายาย

นิยมสร้างให้มีเสา 4 เสาขึ้นไปแบบบ้านของคน ถือว่าเป็นที่สถิตของวิญญาณของ ผู้ที่เคยอยู่อาศัยในที่ดินผืนนั้นมาก่อน นับว่าเป็นความเชื่อในคติศาสนาผีดั้งเดิมของไทยเรา มากกว่า จะยกย่องให้เป็นเทวดาตามแบบพุทธ เรียกอีกอย่างว่า ศาลเจ้าที่ ก็ได้ ที่นิยมตั้งกันตามบ้านทั่วไป ก็จะตั้งคู่กับศาลพระภูมิ จึงมักเรียกรวมกันไปว่า พระภูมิเจ้าที่

ศาลเปรียบเหมือนบ้านที่อยู่อาศัย ไม่ควรปล่อยให้ชำรุดแตกหัก เก่านาน รวมทั้งตุ๊กตาตัวแทนพระชัยมงคล ตา-ยาย คนรับใช้ นางรำ ช้างม้า ควรดูแลทำความสะอาดให้สวยงาม จัดหามาเปลี่ยนใหม่ บูชาด้วยธูปเทียนดอกไม้ พวงมาลัย และเครื่องสังเวยตามโอกาสที่ควร

วิธีบนบานศาลพระภูมิ

วิธีบนบานศาลพระภูมิ

ศาลพระภูมินั้นคือแท่นบูชาอย่างหนึ่ง สำหรับให้วิญญาณพระภูมิเจ้าที่และเทวดา ได้อยู่อาศัย กายทั่วไปในบ้านเรา มีลักษณะเป็นบ้านหรือวิหารขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนเสาเดียวหรือเสาปูนเสาไม้ ตั้งไว้ในจุดที่เป็นมงคลตามความเชื่อ

พระคาถาขอขมาพระภูมิ

อิติสุขะโต อะระหังพุทโธ นะโม พุทธายะ ปฐวีคงคา พระภูมิเทวา ขะมามิหัง.
สวด นะโม 3 จบ แล้วสวดคาถาขอขมาพระภูมิ เพื่อขอทำความสะอาดศาลหรือเปลี่ยนสิ่งของที่ชำรุด แตกหัก

คาถาบูชาพระภูมิ

ยัสสามุสสะระเณนาปิ อันตะลิกเขปิปาณิโน ปะติฎฐะมะธิคัจฉันติ ภูมิยังวิยะ สัพพะทา สัพพูปัททะวะชาลัมหา ยักขะโจราทิสัมภะวา คะณะนาณะจะ มุตตานัง ปะริตตันตัม ภะณามะเหฯ

คาถาบูชาพระภูมิ (อีกบทหนึ่ง)

ยัสสานุภาวะโต ยักขา เนวะ ทัสเสนติ ภิงสะนัง ยัมหิ เจวานุยุญชันโต รัตตินทิวะ มะตันทิโต สุขัง สุปะติ สุตโต จะ ปาปัง กิญจิ นะ ปัสสะติ เอวะมาทิ คุณูปเปตัง ปะริตตันตัม ภะณามะเหฯ

ถ้าท่านมีศาลพระภูมิตั้งอยู่ประจำบ้านใช้คาถาบูชาทุก ๆ วัน จะเกิดสิริมงคลและบันดาลโชคลาภ หากบูชาให้ครบตามกำลังวันได้ก็จะเป็นการดียิ่งขึ้นไปอีก (หากมีเวลาน้อยสวดวันละ 1 จบ หรือครั้งละ 1 จบก็ได้) พร้อมดอกไม้หรือพวงมาลัยสดและธูปเทียนเป็นประจำก็จะทำให้บังเกิดผลดี มีความสุขความเจริญตลอดไป

  • วันจันทร์ : สวด 15 จบ
  • วันอังคาร : สวด 8 จบ
  • วันพุธ : สวด 17 จบ
  • วันพฤหัสบดี : สวด 19 จบ
  • วันศุกร์ : สวด 21 จบ
  • วันเสาร์ : สวด 10 จบ
  • วันอาทิตย์ : สวด 6 จบ

คำถวายเครื่องสังเวยพระภูมิ

นะโม เม ชะยะมังคะลัง ภูมิเทวานัง สักการะวันทะนัง สูปะพะยัญชะนะสัมปันนัง โภชะนานัง สาลีนัง สะปะริวารัง อุทะกัง วะรัง อาคัจฉันตุ ปะริภุญชันตุ สัพพะทา หิตายะ สุขายะ สันติเทวา มะหิทธิกา เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ อาโรคะเยนะ สุเขนะ จะ .

การสักการบูชาพระภูมิ ไม่ควรใช้เครื่องสักการบูชาเดิม ๆ ซ้ำกันตลอดไป ควรจัดหมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามกำหนด ถูกต้องตามประสงค์จะเสริมสิริมงคลเกิดลาภผลพ้นภัยพิบัติ มีแต่โชคลาภนานาประการ

เดือนอ้าย (ธันวาคม) เดือนยี่ (มกราคม)

เจ้ากรุงพาลี กลายเพศเป็นนาคราช ของคาวทั้งหลายให้นำมาใช้สักการบูชา จะมีเกียรติยศและชื่อเสียงเลื่องลือไกล

เดือน 3 (กุมภาพันธ์) เดือน 4 (มีนาคม)

เจ้ากรุงพาลี กลายเพศเป็นครุฑ ของสดของคาว กุ้งพล่า ปลายำ เป็นสิ่งสังเวยสักการบูชา บันดาลโชคลาภ โทษภัยจะหนีไกลห่าง มีแต่ความสุขสำราญ

เดือน 5 (เมษายน) เดือน 6 (พฤษภาคม)

เจ้ากรุงพาลี กลายเพศเป็นยักษ์ มีความดุร้าย ควรมีภักษาหารของสดของคาว กุ้งพล่า ปลายำ เนื้อหมู เนื้อวัวหรืออื่น ๆ ที่เป็นของสดของคาว ก็จะเป็นที่พอใจของท่านใช้ผ้าแดงปูศาล

เดือน 7 (มิถุนายน) เดือน 8 (กรกฎาคม)

เจ้ากรุงพาลี กลายเพศเป็นพราหมณ์ร่างงาม งดเนื้อสัตว์และของคาวสารพัด ใช้ผ้าขาวปูศาล เครื่องสังเวยมังสวิรัติ

เดือน 9 (สิงหาคม) เดือน 10 (กันยายน)

เจ้ากรุงพาลี กลายเพศเป็นราชสีห์ ชอบของสดของคาว เครื่องสังเวยคล้ายเดือน 5 เดือน 6 ใช้ผ้าเหลืองปูศาล จะเกิดลาภผลเหลือประมาณตามความต้องการทุกอย่าง

เดือน 11 (ตุลาคม) เดือน 12 (พฤศจิกายน)

เจ้ากรุงพาลี กลายเพศเป็นช้าง ต้องมีหญ้าแพรก หญ้าปล้องอย่างละ 7 ใช้ผ้าดำปูศาล จะเกิดลาภผลสวัสดี ห้ามของคาว

คาถาลาเครื่องสังเวยพระภูมิ

อายันตุ โภนโต อิธะ ทานะสีละ เนกขัมมะปัญญา สะหะ
วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐานะ เมตตุเปกขายุทธายะโว ทิสสา วินะติ อะเสสะโต.

คาถาขอพรพระภูมิ

สิโรเม ขอเดชะพระภูมิเทวารักษาที่รับพระพรจากเจ้ากรุงพาลีมา ให้วัฒนาถาวรสิ่งสุข แด่(ระบุชื่อผู้ขอ) ให้มั่งมีเงินทองและทรัพย์พัสดุข้าวของเนื่องนอง ทั้งพร้อมพงศ์เผ่าบริวาร บุตรหลานเหลนลื้อบันลือ สาธุชนซร้องสรรเสริญ โสตถิ ชัยยะ ภะวันตุเม

ศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่ ที่ถอนแล้ว หรือที่ชำรุดแตกหัก เก่านาน รวมทั้งตุ๊กตาตัวแทนพระชัยมงคล ตา-ยาย คนรับใช้ นางรำ ช้างม้า มักจะนำไปไว้ที่วัด หรือทิ้งไว้ตามข้างทางแยก

การบูชาศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่

  • การไหว้ศาลพระภูมิ ใช้ธูป 9 ดอก เทียน ดอกไม้ พวงมาลัย เครื่องสังเวย
  • การไหว้ศาลเจ้าที่ ใช้ธูป 7 ดอก เทียน ดอกไม้ พวงมาลัย เครื่องเซ่นสังเวยอย่างน้อยปีละครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก reviewyourliving.com , mahamodo.com

NaniTalk

Nanitalk.com เว็บไซต์ที่รวม ข่าวทันทุกเหตุการณ์ ข่าวไอที เรื่องน่าสนใจ ข่าวบันเทิง ข่าวต่างประเทศ BNK48 ข่าวโซเชียล ท่องเที่ยว สุขภาพ อาหาร วันสำคัญ ดวง เกม อีกมากมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Back to top button
Close